วันที่ 18 เม.ย.2568 พ.ต.อ.ถิรเดช จันทร์ลาด ผู้กำกับสภ. ลำลูกกา เปิดเผยถึงความคืบหน้าในส่วนคดีอาญา หลังรับสำนวนมาจากกองบังคับการตำรวจทางหลวง กรณีนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือพีช ขับรถ BMW เบียดรถกระบะลุงกับป้า เป็นเหตุให้ลุงได้รับบาดเจ็บสาหัส
โดยพ.ต.อ.ถิรเดช ระบุว่าสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวแบ่งคดีออกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกคือความผิดของลุงคนขับรถกระบะ ซึ่งจากหลักฐานของกล้องวงจรปิด พบความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร ส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจทางหลวง
ส่วนที่สองเป็นคดีอาญา ที่สภ.ลำลูกกาเป็นผู้รับผิดชอบ โดยคดีนี้จากการพิจารณาแล้วไม่ใช่การขับรถโดยประมาท แต่อาจเข้าข่ายเจตนามุ่งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งตำรวจไม่กังวลว่าข้อหาที่เตรียมจะตั้ง ผู้ก่อเหตุจะถึงขั้นหลบหนี โดยทั้งหมดจะต้องไปดูรายละเอียดพยาน และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่ตอนนี้กำลังเร่งรวบรวมควบคู่ไปกับการเรียกสอบพยานแวดล้อมทั้งหมด โดยเมื่อวานนี้ได้มีการสอบปากคำป้าแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากลุงยังพักรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู จึงยังไม่สามารถให้การได้
พ.ต.อ.ถิรเดช กล่าวต่อว่า ด้านฝั่งของนายพีชนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามาแต่อย่างใด รวมถึงทางฝั่งของคนในครอบครัว และคนใกล้ชิด ก็ยังไม่มีการติดต่อเข้ามาเช่นกัน พ.ต.อ.ถิรเดช ย้ำว่า ไม่กังวลว่าทางตัวผู้ก่อเหตุและครอบครัวเป็นครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น ยืนยันว่าทำตรงไปตรงมา และทำตามข้อกฎหมาย
ในส่วนที่มีกระแสข่าวว่าทะเบียนรถป้ายแดงไม่มีอยู่ในระบบขนส่งนั้น ตรงนี้จะต้องทำการประสานไปยังกรมขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอมหรือไม่ ส่วนกรณีป้ายแดง โดยปกติแล้วจะขึ้นในระบบด้วยหรือไม่นั้น เรื่องนี้ก็จะขอตรวจสอบอีกครั้ง
พ.ต.อ.ถิรเดช ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนกระแสข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้ว่าไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี จะไม่สามารถดำเนินคดีกับนายพีชได้นั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบพยานและหลักฐานแล้ว คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ พอหลังจากที่เข้าไปสอบปากคำป้า ซึ่งเป็นฝั่งผู้เสียหายแล้ว ตำรวจสามารถรับสำนวนกลับมาเป็นคำร้องทุกข์ได้เลย อย่างไรก็ตามต้องขอเวลาให้ตำรวจได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม ยืนยันว่าจะเร่งรัดออกหมายเรียกให้เร็วที่สุด