ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เกิดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพียง 2 สัปดาห์ เกิดเหตุลอบยิงและวางระเบิด รวม 7 ครั้ง ที่น่าสลดคือในจำนวนผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บมีเด็ก ผู้หญิง รวมถึง คนพิการอยู่ด้วย ทำให้หลายฝ่าย ออกมาประณามผู้ก่อเหตุ และถามหาการเจรจาสันติภาพ เราไปย้อนดูเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วง 2 สัปดาห์กันหน่อย ว่าจุดเริ่มต้นของไฟใต้ที่ปะทุขึ้นมาคืออะไร
จุดเริ่มต้น เริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 18 เม.ย 68 คนร้ายลอบยิง นายอับดุลรอนิง ลาเตะ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นอุสตาซ หรือครูสอนศาสนาอิสลาม เสียชีวิต ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งการข่าวระบุว่า นายอับดุลรอนิง เป็นแกนนำระดับบนของ BRN และนักวิเคราะห์หลายท่านมองตรงกันว่า เหตุยิงนายอับดุลรอนิง ทำให้เกิดการตอบโต้และคนร้ายก่อเหตุอื่นตามมา
หลังเกิดเหตุยิงอุสตาช 20 เม.ย.68 เกิดเหตุ คนร้าย ลอบวางระเบิดหลัง สภ.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้เด็ก ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 3 คน พร้อมตำรวจอีก 1 นาย
ในวันเดียวกัน เกิดเหตุ คนร้ายกราดยิงชาวบ้าน ขณะนั่งพูดคุยรับประทานอาหารที่หน้าบ้าน ในพื้นที่ ม.7 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 7-8 คน
ต่อมาวันที่ 22 เม.ย.68 คนร้ายยิงสามเณร เสียชีวิต 1 รูป ที่ วัดกุหร่าอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
2 พ.ค.68 คนร้ายก่อเหตุอีกถึง 2 ครั้ง โดยเหตุการณ์แรก คนร้าย ยิงชาวไทยพุทธ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 3 ราย 1 ในเป็นด.ญ.วัย9 ขวบ และต่อมา คนร้ายยิงหญิงชราตาบอดจนเสียชีวิต ยิงลูกชายที่พิการ ระหว่างพาแม่ส่งรพ. บาดเจ็บสาหัส อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ยังไม่จบแค่นั้น ต่อมา 4 พ.ค. 68 คนร้ายลอบเหตุระเบิดบริเวณเสาไฟ ที่ อ.ระแนะ จ.นราธิวาส ขณะที่ชุดสืบสวน ภ.จว.นราธิวาส ขึ้นไปเก็บกล้องวงจรปิด ตร.เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย รวมระยะประมาณ 2 สัปดาห์ เกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ 7 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7 คน
หลังเกิดเหตุ กลุ่ม ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือ BRN (Barisan Revolusi Nasional) ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและได้รับความเดือดร้อน โดยยืนยันว่า BRN ไม่มีนโยบายโจมตีเป้าหมายพลเรือน
ในแถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่า การเคลื่อนไหวของ BRN มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสรีภาพและศักดิ์ศรีของประชาชนมลายูปาตานี ยึดมั่นในสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง และยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้กรอบของสิทธิมนุษยชนสากลและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
BRN ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลไทยและกลุ่มติดอาวุธ หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมเสนอให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความไว้วางใจและลดความตึงเครียดในพื้นที่
ข้อความหนึ่งในแถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า “การต่อสู้ของพวกเรามีเป้าหมายเพื่อเสรีภาพและศักดิ์ศรีของประชาชนปาตานี มิใช่เพื่อสร้างความหวาดกลัว” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเชิญชวนให้ทุกฝ่าย “ยืนหยัดร่วมกันด้วยสันติและปัญญา”
แถลงการณ์ฉบับนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามเจรจาสันติภาพมาอย่างยาวนานจากหลายภาคส่วน จะเห็นว่าในแถลงการณ์ BRN ไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมว่า เหตุที่เกิดขึ้น มาจากกลุ่มตัวเองหรือไม่
ข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ระบุว่านับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิเหล็งในปี 2547 จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2568 (21ปี) เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอในสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ไปแล้ว 23,083 เหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บรวม 14,547 ราย และผู้เสียชีวิต 7,705 ราย แล้วในช่วง 10 ปีย้อนหลังนี้ รัฐบาลไทยมีความพยายามที่จะ เจรจาอย่างเป็นทางการ กับ ผู้แทนกลุ่ม BRN (Barisan Revolusi Nasional) หลายครั้งดังนี้
ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
20 ม.ค.63 มีการเจรจาเพื่อดับไฟใต้อย่างเป็นทางการ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้แทนกลุ่ม BRN โดยมีรายงานข่าวว่า การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเจรจากับกลุ่ม BRN
วันที่ 2–3 มี.ค.2563 การเจรจาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้แทนกลุ่ม BRN เน้นหารือด้านการประสานงาน และการบริหารจัดการกระบวนการพูดคุยฯ
แต่พอมาถึง 3 เม.ย.63 การเจรจาต้อง เจรจาต้องหยุดชะงัก BRN แถลงการณ์หยุดความเคลื่อนไหวชั่วคราว
กระทั่ง 21 ธ.ค.64 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ (คปต.) ในขณะนั้น ประกาศเป้าหมาย “ไฟใต้ต้องมอดดับ ปี 2570”
วันที่ 11–13 ม.ค.ม 65 รัฐบาลไทยและกลุ่ม BRN เจรจา กันอีกครั้ง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายยอมรับหลักการ ร่วมกัน 3 ข้อ คือ ลดความรุนแรง การปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ และแสวงหาทางออกทางการเมือง
วันที่ 21-22 ก.พ.66 มีการพูดคุยสันติสุขฯ ที่ประเทศมาเลเซีย และเกิดข้อตกลงจัดทำ ‘แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติภาพแบบครอบคลุม’ (Join Comprehensive Plan towards Peace หรือ JCPP) กำหนดกรอบพูดคุยปี 2566–2567
ยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน 11 ต.ค. 66 ตั้ง กมธ.สันติภาพชายแดนใต้โดยมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน 27 พ.ย.66 ตั้ง นายฉัตรชัย บางชวด เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ คนใหม่ ถือเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ พลเรือนคนแรก 6 ก.พ.67 การพูดคุยระหว่างฝ่ายรัฐไทยและ BRN ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ได้ข้อตกลงสามข้อคือ ร่วมกันลดความรุนแรง ปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ และหาทางออกทางการเมือง
และยุครัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ยังไม่เกิดการเจรจา หรือพูดคุยกับกลุ่ม BRN อย่างเป็นทางการสักครั้ง และล่าสุด เมื่อวานนี้ 6 พ.ค.68 นายกฯ เพิ่งได้ มอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.กลาโหม เร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหา