ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม กรณีศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน 20 วัน นักร้องชื่อดัง “เสก โลโซ” หรือ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย สืบเนื่องจากคดีขัดขวางเจ้าพนักงาน เสพยาเสพติด และครอบครองอาวุธปืนก ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2560
ล่าสุด นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ และประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า “เสก โลโซ” ไม่รอลงอาญา เพราะปืนในมือไม่ใช่แค่ของเล่น
นายรณณรงค์ ระบุว่า ถ้าจะถามว่าทำไมคดีนี้ถึงไม่รออาญา ต้องเริ่มจากปืนในมือ หลายคนสงสัยว่าทำไม “เสก โลโซ” ศิลปินชื่อดังถึงไม่รอดจากการ “รอการลงโทษ” เหมือนคดีอาญาทั่วไป ทั้งที่ดูเผิน ๆ เหมือนเขาแค่ดื้อกับตำรวจ? คำตอบสั้น ๆ คือ “เพราะปืนในมือเขาไม่ใช่แค่ของเล่น”
นายรณณรงค์ ย้อนเหตุการณ์ว่า จุดเริ่มต้นจากการยิงปืน 10 นัด บนฟ้าถึงนาทีขัดขวางตำรวจ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 โดยมี 2 เหตุการณ์สำคัญ โดยเหตุการณ์ที่ 1 ยิงปืนขึ้นฟ้า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 “เสก โลโซ” เดินทางไปประกอบพิธีที่วัดเขาขุนพนม จ.นครศรีธรรมราช และภายหลังได้ ยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัด โดยอ้างว่าเป็นการยิงถวาย ซึ่งมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ มาตรา 376 ยิงปืนในที่สาธารณะ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันควร
เหตุการณ์ที่ 2 คือ กรณีไม่ยอมให้จับ ขัดขวางโดยมีอาวุธ เกิดขึ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับไปที่บ้านพักของ “เสก โลโซ” ที่ จ.นครนายก เพื่อดำเนินคดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “เสก โลโซ” ตะโกน ขัดขืน ด่าทอ และมีอาวุธปืนอยู่ในบ้าน ทำให้การจับกุมต้องใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และมีการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย
“พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก คนทั่วไปอาจคิดว่า แค่ดื้อ ไม่ให้จับจะถึงกับติดคุกเลยหรือ แต่ในทางกฎหมาย การขัดขวางเจ้าหน้าที่โดยมีอาวุธ เท่ากับเรื่องใหญ่”
นายรณณรงค์ ระบุด้วยว่า บทกฎหมายสำคัญที่ใช้ในคดีนี้ มาตรา 138 วรรคสองผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี , มาตรา 140 วรรคหนึ่ง
ถ้าการกระทำตาม มาตรา 138 มีอาวุธ หรือกระทำร่วมกัน 3 คนขึ้นไป เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี มาตรา 140 วรรคสา ถ้าใช้อาวุธ ปืน หรือ วัตถุระเบิด ต้องเพิ่มโทษหนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่ง (จาก 5 ปี เป็น 7 ปี 6 เดือน)
นายรณณรงค์ ระบุต่ออีกว่า หากวิเคราะห์แบบชัด ๆ “เสก โลโซ” ไม่รอลงอาญา เพราะเข้าข่ายเพิ่มโทษเต็มขั้น เนื่องจาก เขาไม่เพียงแค่ขัดขืนเจ้าพนักงาน แต่ยังมีอาวุธปืน และปืนที่มีก็บรรจุกระสุน พร้อมยิง เมื่อเข้าเงื่อนไขมีอาวุธปืน ศาลต้องใช้มาตรา 140 วรรคสาม ซึ่งนำไปสู่การ เพิ่มโทษครึ่งหนึ่งจากโทษเดิม
ส่วน มาตรา 56 ประมวลกฎหมายอาญา ศาลจะรอการลงโทษได้ก็ต่อเมื่อ จำเลย สำนึกผิด , ไม่เป็นภัยต่อสังคม , มีแนวโน้มจะกลับตัวเป็นพลเมืองดี แต่ “เสก โลโซ” ในช่วงเกิดเหตุ ไม่ได้สำนึก กลับใช้ปืนขัดขืนตำรวจอย่างเปิดเผย ศาลจึงเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไขที่สมควรจะเมตตาให้รออาญา
นายรณณรงค์ ระบุว่า กรณี “เสก โลโซ” ไม่ใช่รายแรก มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2561 จำเลยซ่อนปืนไว้ใต้เบาะในรถ ปืนมีกระสุนบรรจุพร้อมยิง ศาลตีความว่ามีอาวุธพร้อมใช้ จึงลงโทษตามมาตรา 140 วรรคสาม เช่นเดียวกัน
“บทสรุปจากทนายรณรงค์ เปรี้ยวได้ แต่อย่าเปรี้ยวผิดที่ กฎหมายไม่ได้กลัวชื่อเสียงใคร ต่อให้คุณเป็นร็อกสตาร์แค่ไหน ถ้า ด่าตำรวจ ถือปืน ขัดขืนการจับกุม ก็หนีไม่พ้นการลงโทษที่เข้มข้นตามบทกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ที่รักษากฎหมายต้องได้รับความคุ้มครอง”