วันที่ 27 พ.ค 2568 หลังจากเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยลูกวัวของชาวบ้านที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ แล้วลากมาฆ่าแล้วชำแหละเอาเนื้อไปเหลือเพียงซากกับส่วนหัว และวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้เกิดเหตุแบบเดียวกันในพื้นที่ ต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยคนร้ายเข้าไปขโมยวัวในคอกสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เอาไปฆ่าและชำแหละห่างจากคอกเลี้ยงสัตว์เพียง 15 เมตรเท่านั้น
ต่อมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สั่งการเร่งด่วนให้เร่งตัวหาคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพราะถือว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร และล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นำโดย พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัด ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองสองห้องและตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลำปลายมาศ สามารถจับพิกัดและตามรถต้องสงสัยเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วิ่งอยู่บนถนนสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้บรรทุกรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนซึ่งเป็นรถต้องสงสัยไปก่อเหตุขโมยวัวชาวบ้านตามที่ตำรวจแกะรอยตามมา
ตรวจสอบภายในรถพบผู้โดยสารมาด้วยกันรวม 5 คนแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด เมื่อตรวจสอบพบ 3 ใน 5 คนเป็นบุคคลต้องสงสัยจึงเรียกตัวมาสอบถามเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุขโมยเชือดวัวชาวบ้านทั้ง 2 เคส โดยมีนายจันทร์ หรือต่อ ประชิดกลาง อายุ 43 ปี อดีตลูกเขยผู้เสียหาย,นายโกวิทย์ หรือโก๋ กวดขุนทด อายุ 42 ปี และนายอำพรรณ หรือเบส กวดขุนทด อายุ 20 ปี ลูกชายนายโกวิทย์ นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.หนองสองห้อง
ต่อมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางมาร่วมทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วยตัวเอง โดยทั้งสามให้การรับสารภาพระหว่างการทำแผนว่า นายโกวิทย์ เป็นหัวหน้าแก๊งเคยเปิดเขียงเนื้อวัวอยู่ที่กำแพงเพชร ก่อนย้ายมาอยู่กับหลานที่บุรีรัมย์ ก่อนจะชักชวนให้หลานเปิดเขียงเนื้อขายข้างทาง หลังจากนั้นได้ชักชวนนาย จันทร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของนายโกวิทย์ มาร่วมกันหาขโมยวัวแบบชำแหละเอาเนื้อ
ซึ่งนายจันทร์ ได้แนะนำให้ไปขโมยวัวของอดีตแม่ยายที่เพิ่งถูกแม่ยายไล่หนีออกจากบ้านมาเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมาก่อน จึงเข้าไปขโมยเอาลูกวัวชำแหละได้สำเร็จ เอาไปขายให้เขียงเนื้อของหลานได้เงินมาประมาณ 2,000 บาท หลังจากนั้นได้วางแผนไปขโมยอีก โดยแบ่งหน้าที่กันชัดเจน นายจันทร์เป็นคนชี้เป้า ตนเองเป็นคนเชือด ให้ลูกชายเป็นคนดูต้นทาง ครั้งล่าสุดที่เข้าไปขโมยวัวของชาวบ้านที่ ต.ลุมปุ๊ก ระหว่างกำลังชำแหละเนื้ออยู่นั้น ลูกชายแจ้งว่ามีคนมาจึงยกเลิกรีบหนีออกมาก่อน เนื้อวัวที่ชำแหละได้ 2 ขาจึงปล่อยทิ้งไว้
ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบหนึ่งใน 3 คนร้ายเคยได้รับใบอนุญาตให้ขายเนื้อสัตว์ โดยการหาเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์ หรือไปหาซื้อวัวเป็นมาชำแหละเอง แต่ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีเงินไปหาซื้อวัวจึงใช้วิธีนี้ ส่วนหนึ่งก็อยากฝากเกษตรกรให้มีระมัดระวังมากกว่านี้เพื่อป้องกันเหตุไม่ให้คนร้ายเข้าไปหาสัตว์เลี้ยงเราได้ง่ายเกินไป
ทั้งนี้ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 3 ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ และ พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป