หลังมีรายงานว่าอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดเมื่อปี 2561 เดินทาง เข้ามอบตัวต่อตำรวจสอบสวนกลาง ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังเดินทางจากประเทศเยอรมันนีถึงประเทศไทย โดยมีรายงานว่าทันทีที่ถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ขึ้นไปให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา
จากนั้นเวลา 14.30 น. อดีตพระพรหมเมธีเดินทางลงจากตึกพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมีคณะลูกศิษย์ได้จอดรถตู้รอรับอยู่บริเวณลิฟท์ของที่จอดรถชั้นใต้ดิน
ทั้งนี้มีรายงานจากผู้สื่อข่าวที่ปักหลักอยู่ที่บริเวณ โดยรอบตึกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่าลักษณะของคณะลูกศิษย์และผู้ติดตาม รีบพาอดีตพระพรหมเมธีขึ้นรถตู้ออกไปทันที และพยายามที่จะเลี่ยงเผชิญหน้าต่อสื่อมวลชนที่ปักหลักติดตามรายงานข่าว สำหรับตึกสันติพิทักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมีทางเข้าออกได้ทั้งหมดประมาณ 4 ทาง โดยสื่อมวลชนกระจายปักหลักรออยู่บริเวณโดยรอบตึกตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อที่จะสอบถามอดีตพระพรหมเมธีถึงการตัดสินใจเข้าพบตำรวจหลังขอลี้ภัยไปประเทศเยอรมนีนานกว่า 7 ปี
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าอดีตพระพรหมเมธี เดินทางมาถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. โดยใช้เวลาพบตำรวจเพื่อให้ปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมงก่อนเดินทางกลับออกไป โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับในอดีตให้พระพรหมเมธี รับทราบจำนวน 2 ข้อหา ประกอบ ด้วย ร่วมกันฟอกเงิน และ สนับสนุนเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ทั้งนี้จากการสอบปากคำอดีตพระพรหมเมธี ยังคงให้การปฏิเสธ ส่วนรายละเอียดคำให้การจะเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษร นำมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง
ก่อนจะยื่นคำร้องขอประกันตัวในขั้นสอบสวน โดยวางเงินสดจำนวน 4 แสนบาท เป็นหลักประกัน ก่อนที่ต่อมาพนักงานสอบสวนจะพิจารณาแล้วเห็นว่าอดีตพระพรหมเมธี เป็นพระขั้นผู้ใหญ่ ไม่มีพฤติกรรมยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน จึงอนุมัติให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว