15 มิ.ย. 68 ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบข้อมูลจาก สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่ามีข้อมูลแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย เป็นข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 พบว่า มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานทั่วราชอาณาจักร ตาม MOU โดยภาพรวมทั่วประเทศ มีแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้น กว่า 2 ล้านคน
แบ่งเป็นทั่วไปกว่า 130,000 คน นำเข้าตาม MOU กว่า 690,000 คน ส่งเสริมการลงทุนตามมาตรา 62 กว่า 58,000 คน
ชนกลุ่มน้อยกว่า 98,000 คน ต่ออายุกว่า 134,000 คน จดทะเบียนสถานะไม่ถูกกฎหมายกว่า 1 ล้านคน และมาทำงานแบบไปกลับกว่า 27,000 คน
สำหรับต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ตาม MOU มีทั้งสิ้น กว่า 690,000 คน เป็นชาวเมียนมามากที่สุด กว่า 255,000 คน ตามมาด้วยชาวลาวกว่า 254,000 คน และชาวกัมพูชา 183,000 คน
ส่วนกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกกฎหมาย มีทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านคน เป็นชาวเมียนมา กว่า 892,000 คน ชาวกัมพูชา กว่า 1 แสนคน ชาวลาวกว่า 28,000 คน และชาวเวียดนาม กว่า 6 พันคน
ส่วนกิจการที่ใช้แรงงานชาวกัมพูชา 5 อันดับแรก คือ
- กิจการก่อสร้าง
- กิจการต่อเนื่องการเกษตร เช่น การแปรรูปพืชผลทางการเกษตร การรับซื้อพืชไร่ พืชสวน ลานมัน ลานตากข้าว โรงสีข้าว ตลอดจน นาเกลือ
- กิจการเกษตรและปศุสัตว์
- กิจการให้บริการต่าง ๆ
- กิจการผลิตหรือจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม
ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ประเทศไทยเปิดรับความหลากหลาย ต้อนรับแรงงานต่างชาติ ให้ความดูแลสวัสดิการแรงงานที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายตามสิทธิ และยึดหลักสิทธิมนุษยชนตลอดมา
รัฐบาลไทยไม่เคยมีแนวคิดผลักดันแรงงานต่างด้าวประเทศใดออกนอกราชอาณาจักร แต่หากมีประเทศที่ออกมาตรการเรียกแรงงานกลับบ้านและมีงานรองรับ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพที่แรงงานแต่ละประเทศจะตัดสินใจ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาลประเทศนั้น
ดิฉันให้คำมั่นว่าจะไม่เอาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นประเด็นการเมือง และขอเรียกร้องว่า มาตรการระหว่างประเทศใด ๆ ที่เกิดขึ้น ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน เหนือผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศของตน โดยไม่ส่งผลดีต่อสถานการณ์