26 มิ.ย. 68 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้การต้อนรับ พลเอก โมริชิตะ ยาสุโนริ (General Morishita Yasunori) ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น (เทียบเท่า ผู้บัญชาการทหารบก) และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองทัพบก ณ ห้องรับรอง 62 กองบัญชาการกองทัพไทย
โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น ที่มีความสัมพันธ์เปรียบเสมือนมิตรที่มีความสัมพันธ์ที่มีความแน่นแฟ้นอย่างยาวนาน
อีกทั้งยัง มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในทุกระดับ ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เมื่อ 8-12 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก พลเอก Yoshida Yoshihide ประธานเสนาธิการร่วม กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น
ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางทหารในหลายด้าน อาทิ การแลกเปลี่ยนที่นั่งศึกษา การฝึกร่วม/ผสมการฝึกด้าน HADR การฝึก NEO Cyber&Space การเดินทางเยือนของผู้นำการแลกเปลี่ยนการข่าวความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การประชุมทวิภาคี และคาดหวังว่าการประชุมฝ่ายเสนาธิการระดับอาวุโส ไทย-ญี่ปุ่น (SST) ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่าง 22-25 กรกฎาคม 2568 จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของความร่วมมือต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเห็นพ้องร่วมกันที่จะรักษาสันติภาพในภูมิภาคนี้ โดยร่วมปฏิบัติกับชาติต่างๆที่มีแนวคิดในลักษณะเดียวกัน ร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของประชาคมโลก
ต่อมา พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้การต้อนรับ พลเอก โมริชิตะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพบก โดยกองทัพบกได้จัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และนำเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเข้าเยี่ยมคำนับ ผบ.ทบ. และรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจและความร่วมมือระหว่างสองกองทัพ
ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้จัดพิธีประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถพิเศษนักโดดร่มชั้นกิตติมศักดิ์กองทัพบกพร้อมมอบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่นด้วย
ระหว่างการหารือข้อราชการ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ของทั้งสองประเทศได้มีความเห็นร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองกองทัพ โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนากำลังพลทั้งในด้านการฝึกและการศึกษาให้มีความยั่งยืน
โดยเฉพาะการฝึกด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (HA/DR) ในการฝึกร่วม/ผสมภายใต้รหัส Cobra Gold ซึ่งญี่ปุ่นและไทยต่างมีบทบาทสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus EWG on HA/DR)
โดยกองทัพบกไทยจะได้รับการยกระดับจากการเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์ เป็นผู้เข้าร่วมการฝึกหลักในการฝึกภายใต้รหัส Nankai Rescue อันเป็นสัญลักษณ์ของความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในด้านการศึกษา ญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนที่นั่งในการฝึกอบรมในหลักสูตรระดับสูงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก, หลักสูตรเสนาธิการทหารบก และ โดยเฉพาะหลักสูตรนักเรียนนายร้อยรวมเหล่า
ซึ่ง ผบ.ทบ.ญี่ปุ่นได้กล่าวว่า ถือเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษ และไม่สามารถเทียบได้กับประเทศใด เป็นการเน้นย้ำถึงความไว้วางใจและการผูกพันระหว่างทั้งสองประเทศที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าด้านการทหารทั่วไป
ในช่วงท้ายของการหารือ ญี่ปุ่นได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นของญี่ปุ่น ซึ่งต้องการเห็นความสงบและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ซึ่ง ผบ.ทบ. ไทยได้ยืนยันว่า ไทยพร้อมดำเนินการเจรจาในระดับทวิภาคี ผ่านกลไก RBC GBC และ JBC และเชื่อมั่นว่าหากเกิดการเจรจาในระดับดังกล่าว สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
นอกจากนี้ กองทัพบกญี่ปุ่นได้แสดงความคาดหวังและความยินดีที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Staff Talk ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศในเดือนสิงหาคม 2568 รวมถึงได้กล่าวเชิญ ผบ.ทบ. ไทย เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี 2569 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับความสัมพันธ์ของกองทัพบกทั้งสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น
ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกญี่ปุ่น มิได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านยุทธศาสตร์หรือการฝึกเท่านั้น หากแต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการวางรากฐานการพัฒนากำลังพลในระยะยาว เป็นมิตรภาพที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต