จังหวัดนครพนมกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง ความเสียหายลุกลามกระทบนาข้าวและบ่อปลานับหมื่นไร่ หลังระดับน้ำในลำน้ำอูนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก เนื่องจากมีน้ำไหลบ่ามาจากจังหวัดสกลนคร ประกอบกับฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ต้นน้ำลำน้ำอูน ทำให้ระดับน้ำสูงเกินกว่าตลิ่งและไหลเข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมริมฝั่งลำน้ำอูนและพื้นที่ลุ่มต่ำโดยรอบ
ล่าสุด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครพนม ประกาศให้ 7 อำเภอ เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ปภ.รายงานว่า 2,648 ครัวเรือน ใน 20 ตำบล 118 หมู่บ้าน ของ 7 อำเภอ ได้รับผลกระทบ พื้นที่การเกษตรเสียหาย 16,458 ไร่ บ่อประมงเสียหาย 150 บ่อ อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คืออำเภอนาหว้า
ตามมาด้วยอำเภอโพนสวรรค์ ที่นาข้าวเสียหาย 3,695 ไร่ และอำเภอศรีสงคราม ที่นาข้าวเสียหายประมาณ 2,000 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเฉพาะที่กำลังจะเก็บเกี่ยว ต้องแบกรับภาระความเสียหาย และหนี้สินที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วนคือผลักดันน้ำลงแม่น้ำโขง สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
สถานการณ์ขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดนครพนม ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยวันที่ 10 ก.ค. ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 8.22 เมตร และเพิ่มขึ้นวันละ 20-30 เซนติเมตร ทำให้การระบายน้ำ จากลำน้ำสาขาหลัก เช่น ลำน้ำอูน ลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง และลำน้ำสงคราม ทำได้ช้า ส่งผลให้น้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรมนานขึ้น และยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำโขงหนุนสูงระหว่างวันที่ 6-12 ก.ค.68 ที่อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
เพื่อบรรเทาสถานการณ์ และเร่งระบายน้ำ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ประสานไปยังชลประทาน เพื่อติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมในหลายจุด เพื่อช่วยระบายน้ำจากลำน้ำอูนและลำน้ำสาขาอื่นๆ ให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนทุกอำเภอในพื้นที่เสี่ยง ให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันที ตลอด 24 ชั่วโมง