จากกรณีกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบทุ่นระเบิดระหว่างลาดตระเวนพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 16 ก.ค. 68 จนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยในส่วนของ พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายขาด กองทัพบก จึงปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ชั้น และเลื่อนยศเป็นสิบเอกนั้น หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า การปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ชั้น คืออะไร? เหตุใดจึงเลื่อนยศเป็นสิบเอก ไม่ใช่ร้อยเอกหรือจ่าสิบเอกพิเศษอย่างที่เข้าใจกัน?
โดยกรมกำลังพลทหารบก ได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการพิจารณาบำเหน็จพิเศษในเวลาปกติ พ.ศ. 2560 ระบุว่า ผู้ซึ่งจะได้รับการพิจารณาบำเหน็จพิเศษในเวลาปกติ จะต้องเป็นทหารซึ่งเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ เนื่องจากการปฏิบัติราชการในหน้าที่ และการเสียชีวิตทุพพลภาพหรือพิการนั้น มิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือจากความผิดของตนเอง
สำหรับการเลื่อนชั้นเงินเดือนทหารซึ่งเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ จนไม่สามารถรับราชการต่อไปได้ รวมถึงได้รับการแต่งตั้งยศหรือเลื่อนชั้นยศสูงขึ้น ให้เป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. เสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ เพราะปฏิบัติราชการสภาพที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต โดยสภาพที่เสี่ยงภัยอันตรายต่อชีวิต หมายความว่า กระทำการบนอากาศ ใต้น้ำ หรือกระทำการเกี่ยวกับวัตถุระเบิดหรือเกี่ยวกับแก๊สพิษหรือรังสีที่เป็นอันตรายแก่ร่างกาย เลื่อนได้ไม่เกิน 7 ชั้น และแต่งตั้งยศหรือเลื่อนชั้นยศไม่เกิน 5 ชั้นยศ
สำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง หากยังได้รับเงินเดือนต่ำกว่าระดับ ป.1 ชั้น 7 ก็ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.1 ชั้น 7 และให้แต่งตั้งยศหรือเลื่อนยศเป็น สิบเอก (กองทัพบก) จ่าเอก (กองทัพเรือ) หรือจ่าอากาศเอก (กองทัพอากาศ)
2. กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ โดยการกระทำของผู้กระทำความผิด เนื่องจากการปราบปรามผู้กระทำความผิด เลื่อนได้ได้ไม่เกิน 6 ชั้น และแต่งตั้งยศหรือเลื่อนชั้นยศไม่เกิน 4 ชั้นยศ สำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง หากยังได้รับเงินเดือนต่ำกว่าระดับ ป.1 ชั้น 6 ก็ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.1 ชั้น 6 และให้แต่งตั้งยศหรือเลื่อนยศเป็นสิบเอก จ่าเอก หรือจ่าอากาศเอก
3. กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ โดยถูกประทุษร้าย เลื่อนได้ไม่เกิน 5 ชั้น และแต่งตั้งยศหรือเลื่อนชั้นยศไม่เกิน 3 ชั้นยศ สำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง หากยังได้รับเงินเดือนต่ำกว่าระดับ ป. ชั้น 5 ก็ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.1 ชั้น 5 และให้แต่งตั้งยศหรือเลื่อนยศเป็นสิบเอก จ่าเอก หรือจ่าอากาศเอก
4. กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ โดยถูกธุบัติเหตุ เลื่อนได้ไม่เกิน 3 ชั้น และแต่งตั้งยศหรือเลื่อนชั้นยศไม่เกิน 2 ชั้นยศ สำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง หากยังได้รับเงินเดือนต่ำกว่าระดับ ป.1 ชั้น 3 ก็ให้ใด้รับเงินเดือนระดับ ป.1 ชั้น 3 และให้แต่งตั้งยศหรือเลื่อนยศเป็นสิบโท จ่าโท หรือจ่าอากาศโท
5. กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ เพราะปฏิบัติราชการตรากตรำ เร่งรัด หรือเคร่งเครียดเกินกว่าปกติธรรมดา เลื่อนได้ไม่เกิน 2 ชั้น และแต่งตั้งยศหรือเลื่อนชั้นยศไม่เกิน 1 ชั้นยศ สำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนตามวรรรคหนึ่ง หากยังได้รับเงินเดือนต่ำกว่าระดับ ป.1 ชั้น 2 ก็ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.1 ชั้น 2 และให้แต่งตั้งยศหรือเลื่อนยศเป็นสิบโท จ่าโท หรือจ่าอากาศโท
6. กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการ เนื่องจากต้องไปปฏิบัติราชการเป็นครั้งคราวปอกที่ตั้งสำนักงานประจำ หรือต้องประจำปฏิบัติราชการในท้องที่กันดารที่เสียงต่อโรคภัยภัยไข้เจ็บตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เลื่อนได้ 1 ชั้นสำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง หากยังได้รับเงินเดือนต่ำกว่าระดับ ป.1 ชั้น 1 ก็ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.1 ชั้น 1 และให้แต่งตั้งยศหรือเลื่อนยศเป็นสิบตรี จ่าตรี หรือจ่าอากาศตรี
หากทหารซึ่งเสียชีวิตตามความดังกล่าว ถ้าผู้นั้นเป็นผู้ที่ปฏิบัติราชการมาไม่น้อยกว่า 4 เดือน ในรอบครึ่งปึงประมาณที่เสียชีวิต ให้ได้รับบำเหน็จพิเศษเพิ่มอีก 1 ชั้น
ที่มา: ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการพิจารณาบำเหน็จพิเศษในเวลาปกติ พ.ศ. 2560