จากกรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 68 เฮง รัตนะ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ได้ออกมาแนะนำประเทศไทยให้ยื่นฟ้องเรื่องทุ่นระเบิดต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICJ) นั้น
ในวันที่ 20 ก.ค. 68 ทางด้านของ “กรกิจ ดิษฐาน” นักเขียนด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตะวันออก ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้ว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับระเบิดสังหารบุคคลนั้น ต้องยื่นเรื่องต่อ “ศาลอาญาระหว่างประเทศ” หรือ “ICC” ไม่ใช่ ICJ!
คุณกรกิจบอกว่า “ผมสังเวชใจที่กัมพูชาท้าไทยให้ไปฟ้องศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เรื่องกับระเบิด ประเทศนี้ความรู้คับแคบ ความเป็นคนก็น้อยนิด และบ้ากับ ICJ อย่างมืดบอด”
“อยากจะบอกว่า ศาลที่ไทยจะต้องไปฟ้อง และผู้นำกัมพูชาจะต้องเป็นจำเลย คือศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)”
“เพราะการวางกับระเบิดเป็น ‘อาชญากรรมสงคราม’ (War crime) เพราะขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และยังขัดต่อสนธิสัญญาออตาวา (Ottawa Treaty) หากผิดจริง ผู้นำเขมรเข้าคุกลูกเดียว ส่วนกัมพูชานี่กลายเป็น ‘ประเทศสุนัข’ เลยนะครับ เพราะตัวเองก็มีภัยกับระเบิดแต่ยังเอามันมาใช้เล่นงานเพื่อนบ้านในยามสันติ แล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่า ‘เราเป็นเหยื่อ’”
“ผมเคยเสนอไปหลายครั้งแล้วว่า ‘ถ้ารัฐบาลไทยกล้า ๆ หน่อย’ ก็ฟ้องตระกูลฮุนกับ ICC ฐานหากินกับธุรกิจค้ามนุษย์-ฉ้อโกงไซเบอร์ เพราะการกระทำพวกเข้าข่าย ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ’ (Crimes against humanity) แต่พวกนักการเมืองไทยไม่กล้าทำเพราะกล้วถูกสาวไส้ไปด้วยนั่นเอง”
“ส่วนกับระเบิดในฐานะอาชญากรรมสงคราม ผมไม่เห็นว่าจะติดขัดอะไร และเป็นการสนองความกระสันของกัมพูชาด้วยที่ ‘อยากขึ้นศาลโลก’ ก็ ICC นี่ศาลโลกเหมือนกัน เราขึ้นพร้อมกัน ไทยเป็นโจทก์ กัมพูชาเป็นจำเลย สมใจอยากแล้วไม่ใช่หรือ?”
“คำถามก็คือ ‘รัฐบาลไทยกล้าหรือเปล่า?’ กลัวว่าจะฟ้องแบบ ‘เด็กว่านอนสอนง่าย’ คือฟ้องร้องกระจองอแงกับองค์การระหว่างประเทศโดยไม่มีผลทางกฎหมาย แล้วก็ปล่อยให้ประเทศเราถูก ‘ประเทศอธรรม’ รบกวนเอาอีก”
“ถ้ารัฐบาลไทยกล้าจริงก็ต้องทำให้โลกเห็นว่า ‘กัมพูชาคือรัฐอธรรม’ เป็นผู้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการก่ออาชญากรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งในทางสงครามและต่อมนุษยชาติ”
“หากเราไม่ทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม แล้วจะจะมีหน้าไปบอกชาวโลกได้อย่างไรว่าเราเป็นประเทศที่ดำเนินตามกฎหมายระหว่างประเทศ?”
“เพราะประเทศตัวเองแท้ๆ ยังป้องกันตัวเองไม่ได้ ยังกำราบอันธพาลตัวเล็กตัวน้อยแบบกัมพูชาให้อยู่ครรลองของกฎหมายระหว่างประเทศยังไม่ได้”
“ไม่ต้องถึงขั้นหา ‘สงครามที่ชอบธรรม’ (Just war) หรอกครับ เอาแค่รักษา ‘เหตุผลทางกฎหมายที่ชอบธรรม’ (Just cause) ก็ควรมีอยู่บ้างสำหรับประเทศเรา”