หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณถนนช้างคลาน ถนนเจริญประเทศ และชุมชนสันป่าข่อย แม้จะเป็นพื้นที่ใกล้แม่น้ำปิง แต่กลับเผชิญปัญหาน้ำท่วมรอการระบาย เนื่องจากระบบระบายน้ำในเมืองขาดประสิทธิภาพ
คาดว่าสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ท่อระบายน้ำในเขตเมืองอาจอุดตันด้วยดินทรายและขยะ
เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่องเพียง 30-40 นาที น้ำจึงไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำปิงได้ทัน ส่งผลให้พื้นที่หลักของเมือง รวมถึงสถานที่ราชการ โรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร และบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง
ล่าสุด ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้ประกาศเตือนว่าในช่วงวันที่ 21–24 กรกฎาคม 2568 จังหวัดเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “วิภา” ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ และอาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ
โรงเรียนเรยีนาเชรีวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังในรอบล่าสุด ได้ประกาศปิดเรียนในวันที่ 21–22 กรกฎาคม เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมความพร้อมหากเกิดฝนตกหนักอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณสนาม โรงอาหาร และอาคารบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมทั้งปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร
ขณะเดียวกัน ชุมชนโดยรอบ ห้างร้าน โรงแรม วัด และสถานที่ราชการในตัวเมืองเชียงใหม่ ต่างเร่งเตรียมความพร้อมรับมือพายุที่กำลังจะเข้ามา โดยเฉพาะการเตรียมกระสอบทรายและวางแนวป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากไม่สามารถพึ่งพาระบบระบายน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างเต็มที่
ภาคเอกชนในพื้นที่ เช่น ผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรม และสถานศึกษา ต่างเรียกร้องให้เทศบาลนครเชียงใหม่เร่งดำเนินการลอกท่อระบายน้ำ ฟื้นฟูระบบการระบายน้ำอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ซ้ำรอยเดิมในอนาคต
ด้านสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ได้รายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำปิงเช้าวันนี้ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ 1.76 เมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤตที่ 3.70 เมตร ขณะเดียวกันได้มีการพร่องน้ำจากเขื่อนหลักในพื้นที่ เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝนจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ที่อาจถาโถมในช่วงกลางสัปดาห์นี้