วันที่ 24 ก.ค. 68 เวลา 07.35 น. บริเวณปราสาทตาเหมือนธม หน่วยเฉพาะกิจที่สองกองกำลังสุรนารี ได้ส่งชุดประสานงานพูดคุยชายแดน แจ้งให้ทางกัมพูชาทราบว่า ไทยปิดการท่องเที่ยว ประสาทตาเมือนธม โดยการพูดคุยล้มเหลว ทางกัมพูชาไม่ยอม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ลวดหนามหีบเพลงมาล้อมทางขึ้นและบริเวณรอบปราสาทตาเมือนธม
ฝ่ายไทยได้ใช้การตะโกนเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและยกระดับสถานการณ์ โดยฝ่ายไทยเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนเพื่อเตรียมรับสถานการณ์
ต่อมาฝ่ายกัมพูชาได้นำอาวุธเข้าสู่ที่ตั้งบริเวณด้านหน้าแนวลวดหนาม และพบกำลังพลกัมพูชาจำนวน 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือรวมทั้ง RPG เดินเข้ามาใกล้แนวลวดหนามบริเวณด้านหน้าฐานปฏิบัติการของไทย
จากนั้นทหารฝ่ายกัมพูชา ได้ตั้งอาวุธปืนหน้าแนวทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม พร้อมได้ยินเสียงโดรนฝ่ายกัมพูชาบินลาดตระเวณรอบปราสาทตาเมือนธม
โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ดูแลพื้นที่ปราสาทตาเมือนรายงานว่า ได้ยินเสียงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของฝ่ายกัมพูชาบินวนอยู่บริเวณหน้าปราสาทตาเมือนธม แม้ไม่สามารถตรวจพบตัวอากาศยานได้ด้วยสายตา แต่สามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 08.20 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือน ในระยะประมาณ 200 เมตร ฝ่ายทหารไทยตอบโต้เพื่อป้องกันตัว
ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกองทัพบกกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ขณะที่ในเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงาน เสียงปืนดังเป็นระยะ เริ่มถี่
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของกัมพูชาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชาว่า กองทัพกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้ผู้รุกรานจากไทยที่ยิงทหารกัมพูชาไปก่อนหน้านี้และปิดไม่ให้พลเรือนเข้าไปยังปราสาทตาเมือนของกัมพูชา
เวลา 09.40 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงาน กัมพูชาใช้จรวด BM-21 ยิงจากฐานยิงเขาแหลมตกใส่ปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ
เวลาประมาณ 09.15 น. กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เริ่มปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุ โดย รพ.พนมดงรัก เคลื่อนย้ายหมดแล้ว ส่วน รพ.กาบเชิง กำลังดำเนินการ
เวลา 09.20 น. “บิ๊กเล็ก” ลั่น! หมดความอดทน กร้าว เลิกคุยกัมพูชา รับทหารเขมรไม่ได้ ไร้ความจริงใจ ลั่น จากนี้ว่าตามกองทัพ ศบ.ทก.เป็นฝ่ายสนับสนุน บอก ไม่ยอมแน่ถ้าล่วงล้ำอธิปไตย เผย บ่ายนี้ “ภูมิธรรม” ประชุม สมช. ถกสถานการณ์ชายแดน
เวลา 09.40 น. พบชาวบ้านเจ็บแล้ว 3 ราย ในจำนวนนี้สาเหตุ 1 กองทัพบกประณามเขมรใช้อาวุธ จรวด BM-21 โจมตีพลเรือนไทย
เวลา 09.50 น. กองทัพภาคที่ 2 แจ้ง เกิดการปะทะตลอดแนวหน้า ทั้งอาวุธปืนเล็ก อาวุธหนัก ทหารไทยบาดเจ็บแล้ว 1 นาย มีรายงานกัมพูชาใช้ปืนใหญ่ยิงปราสาทตาเมือนธม
เวลา 10.00 น. นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุม สมช. บ่ายนี้ กรณีเดือดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขออย่าใช้คำว่าปะทะ ยันเกิดเหตุจุดเดียว ขอรอฟังรายละเอียดหลังประชุม ลั่นจะทำเต็มที่ให้ดีที่สุด ปกป้องอธิปไตยของประเทศ
เวลา 10.03 น. กองทัพภาคที่ 2 เขมรพยายามรุกล้ำพื้นชายแดน ปราสาทตาควาย อนุมัติ ยิงปืนใหญ่เพื่อปกป้องอธิปไตย
ประมาณ 10.15 น. มีรายงานเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ 2 นายจากอาวุธยิงสนับสนุน ในพื้นที่บริเวณกลุ่มปราสาทตาเมือน จ.สุรินทร์
เวลา 10.30 น. มีรายงาน มีเหตุปะทะไทย-กัมพูชา 6 พื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องบก เขาพระวิหาร ช่องอานม้า ช่องจอม
เวลา 10.45 น. "นายกฯ อิ้งค์" รัวแชร์โพสต์ ซัด "ฮุน เซน" ไม่ผิดคาด ! ยิงก่อนแต่ทำตัวเป็นเหยื่อ ลั่น ความอดทนย่อมมีที่สิ้นสุด พร้อมส่งกำลังใจกองทัพ
เวลา 10.51 น. กองทัพภาค 2 รายงาน เครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 6 ลำ เตรียมตอบโต้ พื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี
เวลา 10.55 น. ปลัดมหาดไทยเผยผู้ว่าฯ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลฯ บุรีรัมย์ อพยพประชาชนแล้ว พร้อมสั่งการ ผู้ว่าฯ นายอำเภอชายแดนไทย-กัมพูชา ภาคตะวันออก เตรียมอพยพประชาชนหากสถานการณ์ลุกลาม และปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดย “คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”
ทั้งนี้ กองทัพภาค 2 ขอเชิญคนไทยร่วมใส่แฮชแท็ก #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #cambodiaopnedfire
F-16 ไทยทิ้งบอมบ์ 2 กองบัญชาการกัมพูชา
เวลา 10.58 น. กองทัพภาค 2 รายงาน F-16 ยิงแล้ว! บก.พลน้อย.สสน.8 บก.พลน้อย.สสน.9 ของกัมพูชาถูกทำลาย
โดยมีรายงานว่า กองทัพใช้เครื่องบิน 6 ลำ ส่งไปสนับสนุนการสู้รบภาคพื้น ทั้งนี้ 2 กองบัญชาการของกัมพูชา เป็นหน่วยใช้อาวุธปืนใหญ่โจมตีบ้านเรือนคนไทย และเป็นส่วนที่ใช้กำลังพลในการวางระเบิดกับทหารไทย
ทำลายกระเช้า-บันไดขึ้นภูมะเขือ
เวลา 11.37 น. กองทัพภาคที่ 2 รายงาน "กระเช้าขึ้นภูมะเขือ" ของทหารกัมพูชา ถูกทหารไทย ทำลายแล้ว!
เวลา 11.40น. “นายกฯ อิ๊งค์” น้ำตาคลอ ประณามกัมพูชายิงใส่พื้นที่ชาวบ้าน เจ็บจำนวนมาก ย้ำรัฐบาล-กองทัพพร้อมรับมือทุกด้าน
เวลา 11.54 น. กัมพูชาโจมตีโรงพยาบาล กัมพูชาโจมตีโรงพยาบาลพนมดงรัก มีผู้บาดเจ็บ
สถานทูตแนะคนไทยรีบออกจาก "กัมพูชา" ด่วน
เวลา 12.00 น. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ แจ้งผ่านเฟซบุ๊ก ขอให้คนไทยที่พำนักหรือพำนักชั่วคราวในประเทศกัมพูชา เดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย และ ขอความร่วมมือให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดงดการเดินทางมายังกัมพูชาในช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ย้ายผู้ป่วย 2 รพ.ชายแดน หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้อพยพผู้ป่วยจากโรงพยาบาลพนมดงรัก (19 ราย) และกาบเชิง (56 ราย) ไปยังโรงพยาบาลในเมือง เนื่องจากเหตุปะทะชายแดน พร้อมประกาศยกระดับภาวะฉุกเฉินระดับ 2 ที่สุรินทร์ และเตรียมประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์เพื่อสั่งการทั้งเรื่องน้ำท่วมและเหตุการณ์ชายแดนในวันนี้
ศบ.ทก.ระบุประชาชนไทยเจ็บสาหัส 3 เสียชีวิต 1 ราย
เวลา 12.00 น. ศบ.ทก.แถลงสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนไทยบาดเจ็บสาหัส 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็ก 5 ขวบ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชายแดนพนมดงรัก
เวลา 12.05 น. Fake News จากกรณีสื่อประเทศกัมพูชาอ้างว่า เครื่องบิน F-16 ของกองทัพอากาศไทยถูกยิงตกในช่วงเช้านั้น "ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด" ขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
เวลา 12.52 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) พร้อมอำนวยความสะดวกให้เครื่องบินทหารเป็นอันดับแรก และดำเนินการตามมาตรการ เร่งด่วน
- เตรียมพร้อมการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศโดยคำนึงถึงลำดับความสำคัญเร่งด่วน (Prioriy) ตามวิธีปฏิบัติที่กำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติการบินของภารกิจด้านความมั่นคง
- เตรียมพร้อมการจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้สอดรับกับสถานการณ์และภารกิจที่เกิดขึ้น ทั้งในสถานการณ์ปกติ และสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เตรียมพร้อมให้การสนับสนุน ประสานงานและอำนวยความสะดวกการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศ ตามภารกิจพิเศษต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในทุกมิติ
เวลา 12.45 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ประณามฝ่ายไทย ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการในกฎบัตรสหประชาชาติ-กฎบัตรอาเซียน
เวลา 12.36 น. เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความระบุว่า พี่น้องคนบุรีรัมย์บ้านใครไม่ปลอดภัยมาอยู่กับลุงเนวิน ที่ สนามช้าง เซอร์กิต คนไทยไม่ทิ้งกัน
เวลา 12.50 น. กองทัพบก ยืนยันไทยมีสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ มาตรา 51 ในการป้องกันตนเอง หลังเขมรโจมตีพลเรือนไทย ในเขต อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
เวลา 12.57 น.กองทัพภาคที่ 2 ขอรับบริจาคโลหิตเพื่อสำรองให้กับหน่วยทหาร และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน ในกรณีฉุกเฉิน
ทักษิณโพสต์ กัมพูชายิงก่อน
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ X Thaksin Shinawatra ระบุว่า วันนี้ ฮุนเซนได้บัญชาการการยิงเข้ามาในเขตไทยแต่เช้า โดยเป็นฝ่ายยิงก่อน หลังจากที่วางกับดักระเบิดตามแนวชายแดน ซึ่งถือว่าได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจริยธรรมของการอยู่ร่วมกันฉันท์เพื่อนบ้านที่ดี จนมีทหารไทยได้รับบาดเจ็บขาขาดถึง 2 คน รวมถึงประชาชนได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ไทยเราได้ใช้ความอดทน อดกลั้น เดินตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและการทำหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดีครบถ้วนแล้ว
กระทรวงการต่างประเทศแถลง
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย - กัมพูชา โดยระบุว่า รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดของการกระทำของกองทัพกัมพูชาที่ละเมิดอธิปไตยของของไทย ตั้งแต่การเข้ามาวางกับระเบิดในพื้นที่ไทย จนทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และได้เปิดฉากยิงตรงข้ามฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย บริเวณปราสาทตาเมือนธม ในช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม รวมทั้งได้โจมตีอย่างรุนแรงต่อเนื่องในพื้นที่ฝั่งไทยตลอดเช้านี้ รวมถึงพื้นที่ของพลเรือน และโรงพยาบาลจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต
ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงการร้ายแรงทางกล้าจากกัมพูชาที่จงใจ มีการกระทำเป็นปฏิบัติชัดเจนต่อประเทศไทย รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์ทางการทางการฑูต
ขอให้กัมพูชารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นและยุติการโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเมือง ยุติการละเมิดอธิปไตยของไทยโดยทันที รัฐบาลไทยพร้อมที่จะยกระดับมาตรการป้องกันตัวเอง
"เนวิน" เปิดบ้าน รับผู้ได้รับผลกระทบ
12.36 น. เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความ พี่น้องคนบุรีรัมย์บ้านใครไม่ปลอดภัยมาอยู่กับลุงเนวิน ที่ สนามช้าง เซอร์กิต คนไทยไม่ทิ้งกัน
คนไทยเสียชีวิตแล้ว 8 ราย
เวลา 13.00 น. สภ.กันทรลักษ์ เผย มีผู้เสียชีวิต จากจรวด BM21 ของกัมพูชาแล้ว 8 ราย ในพื้นที่ 5 จุด เจ้าหน้าที่ขอผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกห่างจากที่เกิดเหตุ
เวลา 13.25 น. กองทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ทหารไทยตอบโต้ทหารกัมพูชา พื้นที่ภูมะเขือ ด้วย ปืนใหญ่ เป้าหมายทหารกัมพูชา 2 กองพัน ให้สิ้นซาก!
ร้องสหประชาชาติ
เวลา 12.52 น. นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ส่งจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เรียกร้องให้จัดการประชุมโดยเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทย
“เมื่อพิจารณาถึงการรุกรานที่ร้ายแรงอย่างยิ่งของไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างร้ายแรง ข้าพเจ้าขอเรียกร้องอย่างจริงใจให้ท่านจัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงโดยเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานของไทย ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงหากท่านสามารถเผยแพร่จดหมายฉบับนี้ไปยังสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงในฐานะเอกสารของคณะมนตรี”
เวลา 14.32 กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันมีกระสุนปืนคอทหารกัมพูชาตกใส่ไฟไหม้ป่า ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยการใช้โดรนทิ้งระเบิด
เวลา 14.41 น. กองทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ไทยยิงตอบโต้ ต่อต้านรถถังกัมพูชาฝั่งสัตตะโสม เก็บรถถังได้ 2 คัน
ทภ.1 สั่งปิด 5 ด่านชายแดนเขมร
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) เปิดเผยว่า พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งการ ให้ปิด 5 ด่าน ชายแดนไทย กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย 1. จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก (โรงเกลือ) อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 2. จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (หนองเอียน-สตึงบท) อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 3. จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว 4. จุดผ่อนปนการค้าบ้านหนองปรือ อ. อรัญประเทศ จ. สระแก้ว และ 5. จุดผ่อนปนการค้าบ้านตาพระยา อ. ตาพระยา จ. สระแก้ว ซึ่งได้ปิดลง 100%
.
ทั้งนี้ รายงานข่าวยังเปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ประกาศให้ใช้แผน “จักรพงษ์ภูวนารถ” ขณะ นี้รอคำสั่ง พร้อมปฏิบัติ โดยยุทโธปกรณ์ ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้บรรจุกระสุนไว้ทั้งหมดแล้ว รอปฏิบัติการ เมื่อมีคำสั่ง
กองทัพบกอัปเดตตัวเลข 7 พื้นที่เสียหาย ประชาชนเสียชีวิตแล้ว 9 ราย เจ็บ 14 ราย
จากสถานการณ์การปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา อันสืบเนื่องมาจากฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้าใส่ฐานทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ตั้งแต่เมื่อเช้าวันนี้ (24 ก.ค. 68) ปัจจุบันกองทัพบกได้รับรายงานเบื้องต้นจากส่วนราชการในพื้นที่ว่า มีพื้นที่พลเรือนตกเป็นเป้าหมายของอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา จนทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย รวมถึงมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนี้
- พื้นที่บริเวณปั๊ม ปตท. บ้านผือ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 10 ราย
- พื้นที่บ้านโจรก ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย (1 รายเป็นเด็กชายอายุ 8 ปี) และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ส่งต่อ รพ.กาบเชิง
- พื้นที่บ้านกุดเชียงมุน, บ้านจันลา, บ้านโพนทอง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย
- พื้นที่บ้านขี้เหล็ก ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้บ้านเรือนและสัตว์เลี้ยงทางการเกษตรได้รับความเสียหาย
- พื้นที่หมู่ 16 ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย
- พื้นที่บ้านหนองแรด ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
- พื้นที่บ้านนายบุญล่วม ทองวิเศษ หมู่ 9 ต.โดมประดิษฐ์ ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ กองทัพบกขอประณามการกระทำอันรุนแรงต่อเป้าหมายพลเรือนของฝ่ายกัมพูชา และพร้อมดำเนินการทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและประชาชนจากการกระทำอันผิดหลักมนุษยธรรมดังกล่าวอย่างถึงที่สุด
นายกฯ อิ๊งค์โพสต์ประณาม
เวลา 14.25 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความประณามกัมพูชา ระบุว่า
ดิฉันขอประณามกัมพูชา ต่อการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย ตามข้อเท็จจริง ทางฝ่ายกัมพูชาเริ่มใช้อาวุธก่อน และมีการยิงในวิถีไกลเข้าสู่เขตแดนไทย ถือว่าเป็นการละเมิดหลักปฏิบัติสากลตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสิทธิมนุษชนและจริยธรรมอันดีอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายไทยพยายามอย่างเต็มที่ ผ่านการเจรจาพูดคุยตามหลักปฏิบัติทางการทูต เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย หลีกเลี่ยงการปะทะและความสูญเสีย ด้วยความอดทน อดกลั้น และยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด เพราะเชื่อมั่นว่าสันติภาพ คือแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ
จากการรายงานของฝ่ายความมั่นคง ขอยืนยันว่าหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ดำเนินการอย่างเต็มกำลัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ จะสามารถยุติความรุนแรง และนำความสงบกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็ว
ดิฉันขอสนับสนุนทุกมาตรการตอบโต้ของรัฐบาล กองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้กรอบของกฎหมาย และหลักการสากล พร้อมส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ดิฉันขอส่งความห่วงใย และกำลังใจให้ทุกท่านปลอดภัย ตลอดจนปฏิบัติตามมาตรการในการหลบภัยจากรัฐบาล เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญสูงสุดค่ะ
ขอความร่วมงดแชร์ภาพหลุมหลบภัย
เวลา 13.15 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ขอความร่วมมือประชาชนหรือครีเอเตอร์ต่างๆ งดลงภาพหลุมบังเกอร์หลบระเบิด ภาพจุดสำคัญ หรือบอกพิกัด เพราะตอนนี้เขมรไม่ได้เล็งทหารแต่เล็งประชาชน
กระสุนปืนใหญ่ตกกลางอำเภอกันทรลักษณ์
เวลา 14.45 น. กองทัพภาคที่ 2 เผย กระสุนปืนใหญ่ตกกลางเมือง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ แจ้งคนในพื้นที่รีบอพยพเพื่อความปลอดภัย
14.49 น. กองทัพภาคที่ 2 ประกาศด่วน ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ต.เสาธงชัย และ ต.โศกขามป้อม จ.ศรีสะเกษ เข้าที่บังเกอร์ หลุมหลบภัยด่วน
15.00 น. รมว.สาธารณสุข ประณามกัมพูชากรณีโจมตีโรงพยาบาลและพลเรือนชายแดนไทย ทำให้มีบาดเจ็บและเสียชีวิต ถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรงเรียกร้องให้หยุดทันทีและเยียวยาความสูญเสียทั้งหมด
ทบ.ตอบโต้ "กัมพูชา" จำกัดวง ปฏิบัติต่อเป้าหมายทางทหาร ซัดกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาเจนีวา
ที่กองบัญชาการกองทัพ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกโดย กองทัพภาคที่ 2 และกำลังสนับสนุนจากกองทัพอากาศ ยังคงยึดหลักปฏิบัติการตอบโต้ในลักษณะจำกัดวง ปฏิบัติต่อเป้าหมายทางทหารเป็นหลัก เคร่งครัดในกฎกติกา ตามหลักสากล เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเลือกเดินในทางตรงกันข้าม ใช้อาวุธโจมตีต่อเป้าหมายพลเรือนอย่างไร้ความปรานี
อีกทั้งเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจน กรณีใช้อาวุธหนักโจมตีต่อเป้าหมายพลเรือน และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม,ปราสาทโดนตรวน, ปั๊มน้ำมัน บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ, โรงพยาบาลพนมดงรัก,บ้านเรือนทรัพย์สินของประชาชน และศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยเฉพาะการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร
กองทัพบกยืนยัน จะดำเนินการเต็ม ขีดความสามารถที่มี เพื่อปกป้องอธิปไตยไทย ภายใต้กรอบกติกาอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องประชาชน เกียรติภูมิของชาติ และศักดิ์ศรีของแผ่นดิน ให้ได้อย่างดีที่สุด
กองทัพไทยจ่อ "ยกระดับใช้กำลัง" หากยังหยุดเขมรไม่ได้
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 ก.ค.68 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ขยายความรุนแรงมีการเปิดฉากการยิงโดยกำลังทหารฝั่งกัมพูชา มีการใช้อาวุธประจำกาย และอาวุธประจำหน่วยหลายชนิดเข้ามายังฝั่งไทย ในหลายพื้นที่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งทหาร และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตามที่ปรากฏใน เภาพข่าว
โดยการปฏิบัติทางทหาร ตามพระราชบัญญัติ การจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหมพุทธศักราช 2551 มาตรา 39 มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็น ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหารได้สั่งการให้ กองทัพบกใช้แผนจักรพงษ์ภูวนารถ ซึ่งเป็นแผนเผชิญเหตุ ตามแผนป้องกันประเทศฝั่งตะวันออก โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ มีอำนาจในการบัญชาการและการใช้กำลังทางบก และร้องขอการสนับสนุนกำลังทางอากาศ และทางเรือ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังทางบก ตามแผนเผชิญเหตุ
โดยการปฏิบัติการทางทหาร มี 2 ขั้น คือ ขั้นปกติ ขั้นปฏิบัติการ ปัจจุบันอยู่ในขั้นการปฏิบัติการ โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนของกองทัพภาคที่ 2 และ การยิงสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศ โดยมีเป้าหมายคือ ที่ตั้งกองกำลังทหารฝ่ายกัมพูชา เพื่อระงับเหตุการณ์ โดยไม่มีการใช้อาวุธต่อเป้าหมายฝ่ายพลเรือนกัมพูชาแต่อย่างใด ทั้งนี้หากไม่สามารถระงับสถานการณ์ความรุนแรงหรือการใช้กำลังของฝ่ายตรงข้าม กองทัพจะพิจารณายกระดับการใช้กำลัง สู่ขั้นการป้องกันประเทศในระดับต่อไป
กองทัพไทย ขอประนามการกระทำของกองทัพกัมพูชา ตลอดจนรัฐบาลกัมพูชา ที่มีเจตนาชัดเจนในการเปิดฉากการรบโดยใช้อาวุธหนักโจมตี โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสีย ต่อพลเรือนทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ กองทัพไทยขอให้คำมั่นต่อประชาชนชาวไทยว่า จะพิทักษ์ และปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของชาติ พร้อมเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ สำหรับความคืบหน้าของสถานการณ์จะรายงานให้ทุกท่านทราบต่อไป
รมว.ต่างประเทศ ถึงสำนักงานใหญ่ UN
14.40 น. นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตโฆษกรัฐบาล กล่าวถึงสถานการณ์ปะทะชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลกัมพูชา ส่งหนังสือไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อจะกล่าวโทษไทยในเรื่องนี้ ว่าอยากให้ประชาชนได้ทราบและภูมิใจว่าในขณะที่กัมพูชาเพียงแค่จะส่งเอกสาร แต่ขณะนี้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขอฃไทยอยู่ที่สำนักงานใหญ่ ขององค์กรสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาแล้ว
16.20 น. เหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดรับบริจาคเครื่องอุปโภค - บริโภค และเวชภัณฑ์ยา เพื่อใช้ในการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านชายแดนไทย - กัมพูชา
"ฮุน เซน" ยันไม่หนีไปไหน สั่งการต่อสู้ไทย
จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ กองทัพบก ทันกระแส รายงานว่า ภายหลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 24 กกรฎาคม 2568 ได้มีการยืนยันว่า “สมเด็จฯ ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทิ้งประชาชนหนีกบดานเกาหลีใต้
รวมถึงเฟซบุ๊กเพจ Army Military Force - สำรอง เผยว่า เมื่อเวลา 16.08 น. เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ สมเด็จฯ ฮุน เซน รุ่น Hawker 800 ลงจอดที่ประเทศเกาหลีใต้ นั้น
ล่าสุดเวลา 16.30 น. สมเด็จ ฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เมื่อครู่นี้ สื่อไทยรายงานว่าผมเดินทางออกจากกัมพูชาไปยังประเทศจีน ผมขอยืนยันว่า ขณะนี้ผมกำลังร่วมอยู่ในการบัญชาการทางวิดีโอและการบัญชาการอื่น ๆ ของกองทัพบกร่วมกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารทุกระดับ เพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานชาวไทย”
“ผมไม่ได้หนีนะครับ พี่น้องร่วมชาติทั้งหลาย โปรดอย่ากังวล! ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยประกาศว่าจะปิดทางเข้าปราสาทตาเมือนธม”
“ผู้บัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยคือผู้ที่เริ่มสงครามนี้ด้วยการสั่งปิดปราสาทตาเมือนธมเมื่อวานนี้ และเปิดฉากยิงใส่กองทัพกัมพูชาเมื่อเช้านี้”
“นี่คือผู้ที่เตือนว่าจะโจมตีกัมพูชาในอีก 3 วัน ผมอยากรู้กลยุทธ์ 3 วันของเขาด้วย”
“ธรรมชาติการโกหกของนักการเมืองไทยและสื่อไทยได้กลายเป็นวัฒนธรรมปกติของพวกเขาไปแล้ว หลอกต่อไปเถอะนะ “อย่ามาไทยใส่ผม!” (Don’t Thai to me!)”
ด้าน เจีย ธีริธ โฆษกของ ฮุน เซน เปิดเผยว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา มีรายงานว่า สมเด็จ ฮุน เซน ได้มีบทบาทอย่างแข็งขันในการสั่งการปฏิบัติการทางทหารผ่านระบบวิดีโอ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ท่ามกลางการสู้รบบริเวณชายแดน
“สมเด็จเตโชกำลังสั่งการกองทัพผ่านระบบวิดีโอในกัมพูชา ร่วมกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และกองกำลังติดอาวุธทุกระดับ เพื่อตอบโต้การรุกรานของสยาม ท่านไม่ได้หนีไปไหน” เจีย ธีริธ กล่าว
แถลงการณ์ดังกล่าวออกมาเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของสื่อมวลชนไทยที่ว่า ฮุน เซน เดินทางออกจากกรุงพนมเปญ
F-16 ขึ้นปฏิบัติการรอบสอง
16.40 น. กองทัพภาค 2 รายงาน F-16 ทิ้งไข่ ที่ตั้งของทหารกัมพูชาบริเวณทิศใต้ ปราสาทตาเมือนธม
โฆษก ทบ. แถลงผลรบวันแรกตามเป้า ยันปฏิบัติชอบธรรม สวนเขมรละเมิดกติกาสากล
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 24 ก.ค.68 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวสรุปสถานการณ์สู้รบชายแดนไทยกัมพูชา เริ่มเปิดฉากปะทะตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า
สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ ไม่ได้แตกต่างไปในช่วงกลางวัน ซึ่งยืนยันว่า ไทยไม่ได้มีเจตนา หรือแรงจูงใจ โจมตีฝ่ายกัมพูชา เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ และไม่มีเหตุผลที่จะไปทำเช่นนั้น หากไม่เกิดความจำเป็น ภายหลังถูกบีบบังคับ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
กองทัพบก ดำเนินการภายใต้ความชอบธรรม ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ในการใช้กำลังตามกฎบัติสหประชาชาติ มาตรา 51 สามารถใช้กำลังป้องกันตนเองจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธ จากฝ่ายกัมพูชา และการตอบโต้ฝ่ายไทย มุ่งทำลายเป้าหมายทางทหารเท่านั้น
นอกจากนี้ ผู้บริหารฝ่ายไทย และกัมพูชา ต้องหาทางเจรจาในระดับรัฐบาล และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางสันติวิธี เพื่อแก้ไขปัญหาต้นเหตุทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากประชาชนสองประเทศ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาขัดแย้งกัน และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนที่กัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือนนั้น การใช้อาวุธและปฏิบัติการทางทหารตามกติกา ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด และเป็นเป้าหมายทหารเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชา เพราะผิดกฎกติกาสากล เมื่อเกิดเหตุ เราก็ต้องดูแลอย่างดีที่สุดการปฏิบัติทางฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและเราไม่อยากให้เกิดขึ้น
ส่วนกรณีที่มีการส่งเครื่องบิน F-16 โจมตีกัมพูชา2รอบ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการการใช้อาวุธสนับสนุนระยะไกลโดยใช้อากาศยาน ถือว่า มีความแม่นยำ และไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายที่นอกเหนือจากแผนที่วางไว้ เพราะฉะนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ส่วนจะมีผลต่อฝ่ายกัมพูชายอย่างไรก็ต้องติดตาม แต่สิ่งที่ใช้เป็นไปตามเหตุผลและความจำเป็น และอยู่ในกรอบการปฏิบัติต่อเป้าหมายทางทหาร
ส่วนการสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา ตนไม่ได้รับ ข้อมูลอย่างเป็นทางการ และยังประเมินไม่ได้ว่าการเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ต้องใช้เวลากี่วัน แต่เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีก สักระยะหนึ่ง แต่ปรารถนา อยากให้จบลงรวดเร็วและสั้นที่สุด
นอกจากนี้มีพื้นที่อื่นอีก ยังไม่ได้รับข้อมูลว่ามีการปะทะโอกาสจาก 6 พื้นที่ในตอนเช้า ซึ่งขณะนี้เชื่อว่ายังทำงานได้ตามเป้าหมาย ซึ่งสรุปการปฏิบัติการสำเร็จตรงเป้าไม่ได้ผิดไปน้ำที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเรามีความพร้อมบางครั้งประชาชนอาจจะมองไม่ทันใจ แต่จริงแล้ว เรื่องของแผนและการเตรียมการมีอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติต้องอยู่ในกรอบกติกาสากลไม่เกินกว่าเหตุ
ยืนยันว่าทางกัมพูชาใช้อาวุธก่อน ในพื้นที่ของปราสาทตาเมือนธม ซึ่งพื้นที่นี้เริ่มผิดปกติ มีการใช้มวลชน ซึ่งทุกเหตุการณ์มีพัฒนาการของตัวเองและมีการจัดระเบียบและมีที่มาที่ไป และมีความตั้งใจที่จะให้เป็นแบบนั้น ซึ่งเราทราบดีและตอบโต้ ไม่เหมาะสม ไม่ทำให้สิ่งที่เราทำมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ในมุมมองของสากล
ส่วนข้อสังเกตถึงสายลับ ที่ทำตัวเหมือนประชาชน แล้วแอบถ่ายจำนวนเจ้าหน้าที่ ทหารส่งไปให้กับทางกัมพูชานั้น ก็ต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบต่อไป
"เพื่อไทย" เสียใจผู้สูญเสียเหตุปะทะชายแดนไทย - กัมพูชา เรียกร้องรัฐเร่งช่วยเหลือ-ยึดแนวทางสันติ
พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาวันนี้
เราขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ และ ขอยืนยันจุดยืนในการใช้แนวทางสันติวิธี ความอดทนอดกลั้น ตอบโต้เฉพาะที่จำเป็น เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการสูญเสียที่อาจขยายวงกว้าง รวมถึงขอส่งความห่วงใยถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และ ประชาชนในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุตามแนวชายแดน
พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที และดำเนินมาตรการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อย่างรอบคอบและสันติ
“ประวิตร” ประณามกัมพูชาจงใจโจมตีพลเรือน ชี้ไร้มนุษยธรรม-ละเมิดสนธิสัญญาเจนีวา
วันที่ 24 ก.ค.เฟซบุ๊กพรรคพลังประชารัฐ ได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่พูดถึงสถานการณ์ชายแดนไทย- กัมพูชา ว่า ตนในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหารบก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย- กัมพูชา และตนขอประณามกัมพูชาที่เป็นผู้เริ่มต้นโจมตีเราก่อน โดยเฉพาะการพุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาเจนีวา และไร้ซึ่งมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอชื่นชมปฏิบัติการของกองทัพบกและกองทัพอากาศ ที่ปฏิบัติการตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักปฏิบัติสากล ซึ่งจำกัดพื้นที่การโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางการทหาร อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ทหารไทยนอกจากจะทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนแล้ว จะปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อตอบโต้ หยุดยั้งศัตรูไม่ให้เหิมเกริมดูหมิ่นศักดิ์ศรีสถาบันกองทัพและประชาชนไทยอย่างถาวร
"ในฐานะที่ผมเคยเคียงข้างผู้ทำหน้าที่ทหารหาญ ขอให้ประชาชนมั่นใจในเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ที่ยืนหยัดปกป้องประเทศมาตลอดหลายสิบปี และไม่ว่าสมรภูมิไหน “เราไม่เคยแพ้“ ทหารทุกนายคือลูกหลานและความภาคภูมิใจของเรา ผมขอเป็นกำลังใจให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและปลอดภัย และขอให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว ผมเชื่อมั่นในคนไทยทุกคน"
"ยิ่งลักษณ์" ชี้กัมพูชาโจมตี รพ.ผิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
วันที่ 21 ก.ค.68 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก "Yingluck Shinawatra" แสดงความกังวล กรณีเหตุความรุนแรงในพื้นที่ไทย-กัมพูชา
โดยระบุว่า ดิฉันขอแสดงความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้พลเรือนในพื้นที่ฝั่งไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีเป้าหมายโรงพยาบาลถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
ดิฉันขอยืนเคียงข้างรัฐบาลกองทัพ และหน่วยราชการไทยในพื้นที่ พร้อมขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างปลอดภัย ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทุกคนรอดพ้นจากอันตราย ดิฉันขอส่งใจให้คนไทยผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยกันค่ะ
“ทักษิณ” ขอบคุณหลายประเทศเสนอตัวช่วยไกล่เกลี่ยไทย-กัมพูชา
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาโดยระบุว่า
“มีหลายประเทศเป็นห่วงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เสนอตัวมาช่วยไกล่เกลี่ย ผมเลยขอขอบคุณทุกคนไป แต่บอกว่าอยากจะขอเวลาหน่อย
เพราะคงต้องปล่อยให้ทางทหารไทยทำหน้าที่ช่วยสั่งสอนความเจ้าเล่ห์ของฮุนเซนก่อน #มันช่างเหมือนพระยาละแวกเสียจริงๆ”
กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา
กองทัพภาคที่ 2 สรุปการสู้รบกับทหารกัมพูชา ระบุว่า ตามที่เกิดสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงสรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญ ประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ดังนี้
ด้านการสู้รบ เวลา 08.20 น. ฝ่ายกัมพูชา เปิดฉากการยิงบริเวณตรงข้ามฐานหมูป่า ทางทิศตะวันออกปราสาทตาเมือน ฝ่ายไทยเริ่มตอบโต้ สรุปที่สำคัญดังนี้ พื้นที่ตรงข้ามปราสาทโดนตวล ปรากฏข่าวสาร รถถังของฝ่ายกัมพูชาสูญเสีย จำนวน 2 คัน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา ใช้จรวด BM.21 ยิงเข้าใส่พื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บริเวณปั๊มน้ำมัน, พื้นที่เขาพระวิหาร มีการปะทะตั้งแต่ วัดแก้วฯ ไปจนถึง ภูมะเขือ ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในที่ตั้ง, พื้นที่ช่องจอม ฝ่ายกัมพูชา ใช้อาวุธยิงสนับสนุนยิงต่อที่ตั้งฝ่ายพลเรือน เช่นวิทยาลัยการอาชีพ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา และบ้านเรือนประชาชนไทย และพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม หลังจากประกาศปิดการท่องเที่ยว ฝ่ายกัมพูชาได้มีการใช้กำลังเข้าโจมตีฝ่ายเรา ตั้งแต่ห้วงเข้า รวมทั้งใช้อาวุธยิงสนับสนุนยิงเข้าที่ตั้งพลเรือนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ
ด้านการช่วยเหลือประชาชน อพยพประชาชน จำนวน 8 พื้นที่ ได้แก่ ที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์, อ.พนมดงรัก, อ.กาบเชิง, อ.สังขะ, จ.สุรินทร์, อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ อ.น้ำขุ่น, อ.น้ำยืน อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือนตามแผน และจัดรถครัวสนามประกอบอาหาร สนับสนุนให้กับส่วนราชการจังหวัด ในการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่
มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 11 พื้นที่ ได้แก่ บ.หนองแรด ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ (กระสุน ปืนใหญ่ตก 10 นัด), บ.ผือ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กระสุน BM21 ตก (ปตท.บ้านผือ และ ตชด.224), ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี (ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ), บ.ขี้เหล็ก ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (กระสุนปืนใหญ่ 5 นัด), บ.สายโท 10 ใต้ ม.2 ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด (กระสุนปืนใหญ่ 10 นัด), บ.กรวด ม.3 และ ม. 5 ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด (กระสุนปืนใหญ่ตก 7 นัด), บ.สายโท 12 ใต้ ม.16 ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด (กระสุนปืนใหญ่ตก 3 นัด) และพื้นที่ บ.โคกกระชาย ตำบลสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (กระสุนปืนใหญ่ตก 3 นัด) มีประชาชนได้รับผลกระทน จำนวน 32 คน (ได้รับบาดเจ็บ 20 คน เสียชีวิต 12 คน)
จากเหตุการณ์ที่กัมพูชากระทำการโจมตีด้วยอาวุธใส่พื้นที่พลเรือนของไทย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว ตามหลักสากลของกฎหมายมนุษยธรรม โดยจะโจมตีเฉพาะ เป้าหมายทางทหาร (Military Objective) ประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมและคุณค่าสากลของมนุษยธรรม แต่จะไม่ยอมให้การโจมตีใดๆ ละเมิดอธิปไตยและบ่อนทำลายศักดิ์ศรีของชาติได้
กองทัพขอความร่วมมือ
กองทัพบกขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชน งดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อความมั่นคงของชาติ
กองทัพบกขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทุกท่าน งดการบันทึกภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ หรือการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ หรือยานพาหนะทางทหารขนาดใหญ่ รวมถึงการระบุสถานที่หรือเส้นทางการเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผ่านช่องทางสื่อสาธารณะหรือสื่อออนไลน์ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลด้านความมั่นคงถูกนำไปใช้โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี อันอาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของภารกิจทางทหาร
กองทัพบกตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินภารกิจด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และมีเอกภาพ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ในการหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในพื้นที่ และเพื่อให้กองทัพสามารถทำหน้าที่ในการพิทักษ์อธิปไตย และดูแลความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติการได้อย่างเต็มศักยภาพ
กองทัพบกขอขอบคุณในความเข้าใจ ร่วมมือ และกำลังใจที่ประชาชนมีให้แก่กำลังพลเสมอมา และขอยืนยันว่ากองทัพจะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องประเทศชาติด้วยความเสียสละและมุ่งมั่น เพื่อสร้างความสงบสุขให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ