กองทัพไทยออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อรัฐบาลกัมพูชา ภายหลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เมื่อค่ำวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งระบุว่า ทหารกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงใส่ที่มั่นของทหารไทยในพื้นที่ภูมะเขือและช่องอานม้า
พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ยืนยันว่า การแถลงของฝ่ายไทยไม่ได้กล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน แต่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง
มีบันทึกเหตุการณ์ พยานแวดล้อม และการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าการปฏิเสธของกัมพูชาเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นของกลไกสันติภาพในระดับสากล
กองทัพไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมของทหารกัมพูชาที่ใช้กำลังแม้มีคำสั่งหยุดยิง แสดงถึงภาวะการบังคับบัญชาที่ล้มเหลวภายในกองทัพกัมพูชา พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้นำประเทศและผู้นำทหารสามารถควบคุมกำลังพลของตนเองได้จริงหรือไม่ หรือเป็นไปได้ว่ามีผู้มีอำนาจบางกลุ่มต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
ทั้งนี้ กองทัพไทยยืนยันความพร้อมให้ความร่วมมือกับกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง เพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่แท้จริงของฝ่ายไทยต่อกระบวนการสันติภาพ
ในแถลงการณ์ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาทบทวนพฤติกรรมของตนเอง ก่อนจะกล่าวหาประเทศอื่น พร้อมชี้ว่า หากไม่สามารถควบคุมคำสั่งหยุดยิงได้ เท่ากับว่ารัฐบาลกัมพูชาไร้อำนาจในการควบคุมกองทัพของตน และเป็นสัญญาณของความไร้เสถียรภาพที่ควรถูกจับตาจากประชาคมโลก
ขณะเดียวกัน กองทัพไทยยังเปิดเผยว่า เหตุยิงปะทะเมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าทหารกัมพูชาหลายรายถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังในแนวหน้าที่ห่างไกล ขาดการดูแลและส่งกำลังบำรุง จนถึงขั้นมีบางนายยอมวางอาวุธและเข้ามอบตัวต่อทหารไทย
โฆษกกองทัพไทยระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่เพียงการฝ่าฝืนคำสั่งหยุดยิง แต่ยังสะท้อนระบบอำนาจนิยมที่ขาดมนุษยธรรม และความหวาดกลัวภายในองค์กรทหารกัมพูชา
“กองทัพกัมพูชาควรหันกลับไปดูแลทหารของตนเอง ก่อนจะกล่าวหาผู้อื่นว่าบิดเบือนความจริง” แถลงการณ์ระบุ พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบแทนการปฏิเสธและแก้ตัวซ้ำซาก
กองทัพไทยยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นในกระบวนการสันติภาพอย่างแท้จริง พร้อมดำเนินการทุกอย่างอย่างโปร่งใส มีวินัย และยึดมั่นในพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาคมระหว่างประเทศ โดยหวังว่ารัฐบาลกัมพูชาจะกลับมาทบทวนตนเองอย่างจริงจัง และหยุดพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อสันติภาพอย่างยั่งยืน