กลายเป็นประเด็นร้อนในสื่อออนไลน์ สำหรับกรณีที่ 3 คนดังอย่าง "อ.ตฤณห์ - รศ.ดนัย - เจ อ้าปากค้าง" ได้ออกมาโพสต์ข้อความอ้างถึงบุคคลหนึ่ง ที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามและตามหาว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร
ล่าสุด รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสอทธิ์ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา อาจารย์วิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยในรายการ “โหนกระแส” เกี่ยวกับเรื่องราวที่โพสต์ก่อนหน้านี้ระบุว่า
อินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเงินทำบุญ ในฐานะที่อยู่ในวงการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากว่า 20 ปี จึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาเยอะมาก เมื่อก่อนเคยได้ยินเรื่องการแบ่งส่วนแบ่งเงินทำบุญวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง แต่ในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจคือวัด 30% อินฟลูเอนเซอร์ 70% โดยยืนยันว่า เนื้อหาที่โพสต์ไม่ได้เจาะจงใคร แต่พูดถึงหลักการโดยรวมว่า เคสแบบนี้มันเคยเกิดขึ้น และมันก็จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ
"หนุ่ม กรรชัย" ยังได้เล่าจุดเริ่มต้นเหตุการณ์นี้ด้วยว่า อินฟลูเอนเซอร์คนนี้รู้จักกับวัดพระบาทน้ำพุ และขอเปิดบัญชีเพื่อเปิดรับบริจาคไถ่ชีวิตวัว ทำบุญ ทำกฐิน และอื่นๆ โดยมีชื่อเจ้าอาวาส และชื่ออินฟลูเอนเซอรืคนนี้ต่อท้าย โดยมีการอ้างว่าเงินบริจาคทั้งหมดจะนำมาให้กับวัด 100% ซึ่งใช้วิธีถอนเงินสดมาให้ทางวัด แทนที่จะโอนให้ ทำให้มีคำถามว่า เงินบริจาคได้ถูกนำมาให้ทางวัดทั้งหมดหรือไม่
ด้าน นายเกิดผล แก้วเกิด หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ทนายเกิดผล" ระบุว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากวัดพระบาทน้ำพุให้ออกมาให้ข้อมูล โดยอินฟลูเอนเซอร์รายนี้เข้ามาเป็นจิตอาสาที่วัด เริ่มต้นจากการขายสินค้า เมื่อได้เงินมาจะนำไปถวายวัดจากนั้นก็มีโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการผ้าป่า แต่มีเงื่อนไขว่าเขาและทีมงานจะเป็นคนบริหารจัดการ เมื่อได้เงินมา ก็จะนำมาถวายหลวงพ่อ พร้อมเอกสารรายงาน ซึ่งหลวงพ่อบอกว่า เคยเห็นรายาน แต่ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่ได้ตรวจสอบ ส่วนตัวเงินก็ไม่ทราบว่าครบหรือไม่ เพราะดูข้อมูลจากรายงานเท่านั้น
นายเกิดผล กล่าวอีกว่า ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทีมงานของอินฟลูเอนเซอร์ได้เข้ามากราบสอบถามหลวงพ่อว่า ได้เงินครบหรือไม่ โดยหนึ่งในนั้นมีการถ่ายคลิปขณะถวายเงิน และมีบทสนทนาสอบถามเกี่ยวกับจำนวนเงิน วันดังกล่าวมีการนำเงินมาบริจาค 2 ล้านบาท หลวงพ่อก็ตอบไปว่า 2 ล้านบาท แต่มีการตรวจสอบและทราบกันในภายหลังว่า ทีมงานได้เบิกเงินออกไป 2.3 ล้านบาท จึงเป็นประเด็นขึ้นมมาว่าเงิน 300,000 บาทหายไปไหน
นายเกิดผล กล่าวด้้วยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจปราบปราม เคยลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากมีคนร้องเรียนไป ขณะนั้นหลวงพ่อได้เรียกอินฟลูเอนเซอร์มาพูดคุย เขายอมรับผิดว่าบกพร่อง ผิดพลาด ทำในสิ่งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น เอาเงินบางส่วนไปซื้อของส่วนตัว , เคยขออนุญาตหลวงพ่อว่าจะเปิดรับบริจาคไปสร้างสถานปฏิบัติธรรม แต่สุดท้ายกลายเป็นนำเงินไปสร้างบ้าน ส่วนจำนวนเงินหลวงพ่อไม่ทราบ และอยู่ระหว่างรอให้ฝ่ายอินฟลูเอนเซอรืนำเอกสารหลักฐานออกมาชี้แจง
ด้าน พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เผยว่า ส่วนตัวมีความกังวลใจ จากที่มีคนร้องเรียนมาว่าอินฟลูเอนเซอร์ คนนี้อาจเข้าข่ายยักยอก โดยตัวเลขเงินบริจาคนั้นไม่ตรงกัน เช่น เขาถอนงินมา 1.2 ล้านบาท แต่ใส่ซองมาถวาย 1 ล้านบาท บางส่วนเขาอ้างว่าจะเอาไปทำโครงการต่างๆ ซึ่งได้ให้โอกาสเขานำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงว่าเอาไปทำอะไร ในส่วนนี้กรรมการวัดก็จะเข้ามาพิจารณาความสมเหตุสมผลอีกครั้ง เพราะตัวเลขมีความแตกต่างกันหลายล้านบาท ซึ่งฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์ยืนยันว่ามีเอกสารข้อมูลที่ยืนยันได้
หลวงพ่ออลงกต กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ได้ให้อินฟลูเอนเซอร์ยุติการใช้ชื่อหลวงพ่อและวัดไปอ้างระดมเงินบุญ และจะทำระบบใหม่ ขอให้ไปทำบุญที่วัดโดยตรง ซึ่งจะมีกรรมการชุดใหญ่ 13 คน ชุดเล็ก 5 คน พิจารณาในเรื่องต่างๆ
ขณะที่ ทนายความของอินฟลูเอนเซอร์ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้อินฟลูเอนเซอร์ใกล้หายป่วยแล้ว ขอยืนยันชัดเจนว่าเงินทั้งหมดที่ได้รับบริจาคมา ทำถูกต้องตามววัตถุประสงค์ทั้งหมด ส่วนเรื่องของทรัพย์สิน บ้านของเขาก็สามารถชี้แจงมีที่มาที่ไปได้ทั้งหมด ยืนยันว่าเรื่องที่ถูกพาดพิงว่านำเงินโครงการสร้างสถานปฏิบัติธรรมกลายไปเป็นบ้านนั้น เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ไม่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคทั้งสิ้น โดยจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้งขณะนี้อยู่ระหว่างปรึกษาหารือเรื่องวัน เวลา และสถานที่