จากประเด็นเรื่อง เงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุที่มีการโบ้ยกันไปกันมาระหว่าง หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ กับ “หลวงพ่ออลงกต” พระราชวิสุทธิประชานาถ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี
ล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความของของวัดพระบาทน้ำพุ ที่ประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ว่า ตนเป็นทนายความให้วัดพระบาทน้ำพุตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีคดีความอะไร ก็ไปในฐานะลูกศิษย์ธรมดา ส่วนกรณีที่มีปัญหากับหมอบีนั้นตนก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไร
เพราะหลวงพ่ออลงกตไม่ได้ปรึกษาหรือให้ข้อมูลอะไรกับตนเลย ไม่เคยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตนฟัง เพื่อให้ตนได้เตรียมตัวหรือรับมือเลย จนเป็นข่าวขึ้นมาตนก็ได้ขอข้อมูลจากหลวงพ่อ และได้ข้อมูลเท่าทีมีเพื่อชี้แจงในฐานะตัวแทนของวัดและทนายความของวัด แต่กลับมีประเด็นเพิ่มใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ตนก็ต้องไปไล่ถามข้อมูลจากหลวงพ่อ และไวยาวัจกรวัด
กระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เลขาฯหลวงพ่ออลงกต โทรศัพท์มาแจ้งตนว่าจะมีคณะทนายความของสภาทนายความเพื่อสอบถามและหาแนวทางในการปรึกษาคดี แต่ตนไม่สะดวกไปร่วมประชุมเพราะอยู่ต่างจังหวัด และหลังจากนั้นทางวัดก็มีมติแต่งตั้งคณะทำงานจากสภาทนายความ และอยากให้ตนเป็นหนึ่งในคณะทำงานด้วย แต่ตนก็ได้สอบถามหลวงพ่ออลงกต ท่านก็ยอมรับว่ามีทนายจากสภาทนายความมาปรึกษาจริง โดยเป็นทนายคนสนิทของนายกสภาทนายความ ตนก็เลยเข้าใจว่าเป็นคณะทำงานของสภาทนายความส่งมา
“ถ้าประเด็นนี้เกิดความเข้าใจผิดผมต้องขอโทษ แต่ข้อความทั้งหมดผมนำมาจากทางวัด ทางหลวงพ่อ และเลขาหลวงพ่อ ซึ่งผมมีเสียงพูดที่บันทึกไว้หมดแล้ว”
เมื่อถามว่าถอนตัวเพราะเห็นข้อมูลอะไรลึกๆ แล้วไม่สบายใจเลยขอถอนตัวหรือไม่ ทนายเกิดผล บอกว่า ไม่ใช่ ปกติตนไม่ใช่คนถอนตัวง่ายๆ และตนก็ไม่ได้รู้ข้อมูลเชิงลึกอะไรในเรื่องนี้เลย ตนรู้ข้อมูลบางเรื่องหลังนักข่าวด้วยซ้ำ ถามว่าไม่สบายใจใช่ไหม มันแค่ตั้งข้อสงสัยเหมือนกับคนอื่น ในฐานะทนายความตนจะพิจารณาจากพยานหลักฐานในเรื่องที่ทุกคนสงสัย ซึ่งที่ผ่านมาเคยขอให้หลวงพ่อและไวยาวัจกรวัดรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดให้ตน เพื่อจะให้คำปรึกษาได้ถูกต้อง แต่ในเมื่อตนยังไม่เห็นอะไรจะให้ไปชี้ว่าผิดหรือให้ไปแนะนำว่าให้ทำอะไรก็คงไม่ได้ เพราะตนเป็นทนายความก็ต้องดูข้อมูลก่อน
แต่เรี่องที่ถอนตัวไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เพราะหลวงพ่อแจ้งกับตนว่ามีคณะทำงานจากสภาทนายความมาดูแลแล้ว หลวงพ่อไว้วางใจเขาไปแล้ว ตนก็ไม่อยากก้าวล่วง และสุขภาพตนก็ไม่ค่อยดี อีกอย่างการทำงานเป็นคณะทำงานถ้าคนที่ไม่เคยทำงานด้วยกันมาก่อนอาจจะมีปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกัน แต่ยืนยันว่าไม่น้อยใจ เพราะเวลาคนที่มีปัญหาคดีความเขาก็อยากจะหาทางออกที่เขาจะหาคนที่ช่วยเหลือเขาได้ ซึ่งตนเห็นว่าเมื่อหลวงพ่อมีทนายความที่ดูแลแล้วตนก็เลยถอนตัวออกมา
ทั้งนี้ตนยังอยู่ในฐานะทนายความของวัด เพราะหลวงพ่อยังไม่ได้มีประกาสถอนตนจากการเป็นทนายความของวัด แต่สำหรับคดีนี้เมื่อมีคณะทำงานดูแลแล้วตนก็จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ในอนาคตหากท่านไม่มีทนายตนก็ต้องรับผิดชอบอยู่
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตนยังศรัทธาในการปฏิบัติของหลวงพ่อ และไม่เคยรู้ปัญหาภายในวัด และไม่รู้ว่าหลวงพ่อเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หลวงพ่อและลูกศิษย์ทุกคนต้องพิสูจน์ ซึ่งตราบใดที่หลวงพ่อยังไม่ถูกกล่าวหา หรือถูกดำเนินคดี ถูกฟ้องแล้วศาลพิพากษาว่าหลวงพ่อผิด ตนก็ยังต้องเคารพในสิ่งที่ตนคิด
ส่วนกรณีประเด็นเรื่องที่ดินซึ่งมีการใส่ชื่อบุคคลทั้งที่ควรใส่ชื่อวัดนั้น ทนายเกิดผล บอกว่า ตนเคยตั้งคำถามมาโดยตลอด ทั้งเรื่องโอนที่ดินไม่ได้