วันนี้ผู้สื่อข่าว PPTV ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สัมภาษณ์ลูกชายของนายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการที่เสียชีวิต ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏว่ามีชื่อและเลขบัตรประชาชนซ้ำกับพระอลงกต พูลมุข อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุในใบสุทธิ โดยก่อนหน้านี้ลูกชายของนายอลงกต ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ผักไห่ เพื่อแจ้งต่อพนักงานสอบสวน หลังมีข่าวว่ามีการนำชื่อบิดาไปใช้เปิดบัญชีกองทุน “อาทรประชานาถ” โดยห่วงจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อครอบครัว จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ลูกชายนายอลงกต เล่าว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รู้สึกตกใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ครอบครัวเข้าใจว่ามีเพียงชื่อและนามสกุลซ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อทราบจากสื่อมวลชนว่าซ้ำถึงระดับเลขบัตรประชาชน ยิ่งสร้างความสับสนและไม่สบายใจ ทั้งที่ขณะบิดายังมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากนายอลงกตเป็นคนไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัว เว้นแต่จะเลือกเล่าเอง อีกทั้งยังเป็นคนไม่ใช้ธุรกรรมออนไลน์ เพราะนายอลงกตกลัวข้อมูลรั่วไหล จึงทำธุรกรรมเฉพาะที่ธนาคารหรือใช้บัตรเอทีเอ็มเท่านั้น
ลูกชายยังเปิดเผยว่า รู้จักกับ นายเฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ครั้งแรกตอนเรียนวิชาจริยธรรมและชีวิต ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อปี 2565 เพราะเห็นว่านายเฉลิมพลเป็นอาจารย์ผู้สอน และเมื่อเห็นว่านามสกุลตรงกันจึง เลือกลงเรียนวิชาดังกล่าง และได้ไปสอบถามว่าเป็นญาติกันหรือไม่ ซึ่งจากนั้นก็มีการให้ช่องทางติดต่อของตนเองและพ่อไป โดยนายเฉลิมพลเคยส่งข่าวสารเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุมาให้ดู และยังเคยมาร่วมงานศพในครอบครัว เช่น งานศพน้องชายพ่อ งานศพพ่อ และงานศพย่า
ลูกชาย เล่าว่า นายเฉลิมพลเคยชวนไปช่วยเก็บเงินจากตู้บริจาคเพื่อนำไปวัด โดยตนเองเคยไปด้วยสองครั้ง ได้ช่วยโกยเงินลงผ้าขาวและส่งต่อให้นายเฉลิมพลเพื่อนำไปวัดพระบาทน้ำพุอีกครั้ง แต่ตนเองกลับบ้านทันทีไม่ไปที่วัด อีกทั้งยังได้รับ เบี้ยเลี้ยงจำนวนหนึ่งพร้อมเซ็นเอกสารเพื่อรับเงิน ซึ่งไม่ได้เก็บหลักฐานการรับเงินหรือภาพขณะไปเก็บเงินที่ตู้บริจาคไว้ แต่ในขณะนั้นเข้าใจว่านายเฉลิมพลเป็นเพียงศิษย์วัดพระบาทน้ำพุ ไม่ทราบว่ามีตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิธรรมรักษ์
โดยในช่วงที่รู้จักกัน ลูกชายของนายอลงกตเคยให้ข้อมูลการติดต่อทั้งของตนเองและบิดาแก่นายเฉลิมพล แต่ไม่ทราบว่านายเฉลิมพลเคยไปพบหรือพูดคุยกับบิดาโดยตรงหรือไม่ โดยการติดต่อครั้งล่าสุดคือวันที่งานศพของนายอลงกต ก่อนจะขาดการติดต่อกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่านายเฉลิมพลมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่พระอลงกตกรอกชื่อและเลขบัตรประชาชนซ้ำกับบิดาหรือไม่ ลูกชายยืนยันว่าไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะสิ่งที่ทราบทั้งหมดก็มาจากสื่อมวลชน พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการติดต่อหรือพูดคุยกับนายเฉลิมพลอีก และอยากให้การตรวจสอบเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น
ลูกชายยอมรับว่ายังกังวลว่าอาจมีการนำชื่อหรือเลขบัตรประชาชนบิดาไปแอบอ้างในหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม จึงขอฝากถึงสังคมว่า ครอบครัวเพิ่งรับรู้ข้อมูลไปพร้อมกับสื่อทั้งหมด ไม่เคยมีใครในบ้านรู้เรื่องล่วงหน้า จึงเกิดความตกใจอย่างมากและหวังว่าความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยโดยเร็ว
นอกจากนี้ ลูกชายนายอลงกต ยังเปิดเผยข้อมูลอีกว่า ล่าสุดพึ่งทราบว่า บิดาของตนเองหรือนายอลงกตเคยบวชเป็นพระที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี แต่บวชไม่ถึงเดือนก็ลาสิกขาออกมา