ทบ. พบมือถือทหารกัมพูชาบนภูมะเขือกว่า 20 เครื่อง หลังหยุดยิง 1 เดือน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษกกองทัพบก รายงานสถานการณ์หลังหยุดยิง 1 เดือน พบมือถือทหารกัมพูชาบนภูมะเขือกว่า 20 เครื่อง ไทยถูกละเมิดโดนกัมพูชาวางทุ่นระเบิดต่อเนื่อง เชื่อแม้เปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ไม่กระทบการทำงานกองทัพบก

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในห้วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ล่าสุดว่า ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ยังต้องเฝ้าระวัง แต่ก็มีความพร้อมในเรื่องของการรักษาอธิปไตยและในเรื่องของกำลังพล ไม่ต่างจากในห้วงที่ผ่านมา แต่ในห้วงนี้ในพื้นที่ที่เราควบคุมแล้วก็ยังมีลักษณะของการแอบเข้ามาลอบวางระเบิด 

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก

แล้วถึงแม้ว่าเราจะมีข้อตกลงหยุดยิงแต่ก็ยังพบการใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายไทย โดยเฉพาะทุ่นระเบิดจำนวน 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือเมื่อวาน (28 ส.ค. 68) ซึ่งแนวทางของกองทัพภาคที่ 2 จึงต้องลาดตระเวนอย่างระมัดระวัง เพราะมีการข่าวมาว่า กัมพูชามีการพยายามรอบมาทำร้ายเราด้วยทุ่นระเบิด

ส่วนเรื่องการคุกคามเรื่องของโดรนก็อาจจะยังมีอยู่ แต่มีความหนาแน่นน้อยลง และเรื่องของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารก็ยังคงมีอยู่เป็นระยะ ๆ

ซึ่งฝั่งกัมพูชาได้ให้ข้อมูลอ้างว่าเป็นระเบิดตกค้างจากสงคราม แต่มีสิ่งที่ชี้ชัดอยู่ 3 ประการ

  1. สงครามในอดีตไม่มีการใช้ทุ่นระเบิดแบบนี้
  2. รูปธรรมของตัวทุ่นระเบิดลักษณะยังใหม่ชัดเจน ทั้งผิวมัน ตัวอักษรทุกอย่างยังชัด
  3. ในพื้นที่แห่งนั้น มีการกวาดล้างเก็บกู้ไปแล้ว มีรายงานไปแล้วเมื่อปี 63 ว่าไม่มีทุ่นระเบิดแบบนี้ชนิดนี้

นอกจากนี้ ยังพบโทรศัพท์ที่ภูมะเขือมีจำนวนกว่า 20 เครื่อง ทั้งของผู้ที่มีชีวิตอยู่และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบแบบสมบูรณ์ โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แต่มีตรวจสอบไปแล้วที่แน่ชัดคือ 1 เครื่องที่มีข้อมูลชี้ชัดว่า กัมพูชานั้นใช้ทุ่นระเบิด เพราะโทรศัพท์เครื่องนั้นมีรูปจำนวนมากทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปยืนยันกับองค์กรต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะองค์กรต่างประเทศ

คำสั่งของแม่ทัพภาคที่ 2 หากพบทุ่นระเบิดให้ยิงโต้ตอบนั้น ตรงนี้เป็นเรื่องของกฎการใช้กำลังและการปะทะ เพราะตอนนี้ชัดเจนว่ากัมพูชาเข้ามาเพื่อคุกคามชีวิตและทำอันตราย ดังนั้นแนวทางในการป้องกันตัวสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ก็มีโอกาสที่ทางกัมพูชาจะยิงสวนกลับ

หากเรายิงบนพื้นที่อธิปไตย จะถือเป็นการละเมิดหรือไม่ พล.ต.วินธัย ตอบว่า จุดยิงเราก็ค่อนข้างเคร่งครัด แต่เราไม่เคยปิดโอกาสที่จะป้องกันตัวเอง ต้องแยกเป็นคนละส่วน เราถือว่าเราเคร่งครัดและให้ความสำคัญกับมาตรการหยุดยิง เพราะเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลทั้งสองประเทศ แต่ในเรื่องของการป้องกันตัวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ซึ่งเรามีการทำหนังสือประท้วงเรื่องทุ่นระเบิด แต่ก็อย่างที่ทราบว่าเราอาจจะไม่ได้รับการตอบสนองเท่าไร กระทั่งปัจจุบันถึงแม้จะมีข้อตกชงหยุดยิง แต่ฝ่ายกัมพูชาเองก็ยังไม่ได้ทำสิ่งนั้นอย่างสมบูรณ์

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก

ส่วนสถานการณ์บ้านหนองจาน วันนี้ยังไม่ได้รับรายงานอะไรที่ผิดปกติจากเมื่อวานนี้ การประกาศกฎอัยการศึก เป็นมาตรการควบคุมและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพราะมีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดเหตุจราจล และเพื่อให้การเข้าออกในพื้นที่นั้นระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนทั้งสองฝั่ง

รวมถึงการจราจรของมวลชนทั้งสองฝั่ง ที่มีความเป็นไปได้ แต่ก็ไม่มีใครอยากให้มีการประชันหน้ากันในลักษณะแบบนั้น เพราะอาจจะพัฒนาไปในจุดอื่นที่ค่อนข้างมีความน่ากังวล

ซึ่งมวลชนรวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์ไทย ก็ไม่ได้มีความน่ากังวล เพราะมีการพูดคุยกันอยู่แล้วหากเข้าไปในพื้นที่ อย่างไรก็ตามอยากให้มีการประสานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในพื้นที่

ส่วนเรื่องสร้างรั้วในจังหวัดสระแก้ว พื้นที่ที่มีความชัดเจน สามารถดำเนินการได้เลยหรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า โดยหลักในพื้นที่ที่มีความเรียบร้อยแล้วก็น่าจะทำได้ เพียงแต่ว่าหน่วยไหนจะเป็นผู้ปฏิบัติเท่านั้นเอง แต่ในส่วนในพื้นที่ที่เป็นประเด็นกันส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีความแน่นอน เพราะไม่ได้เกิดการยอมรับระหว่างเส้นปฏิบัติการ โดยการสร้างรั้วนั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่นการกระทำผิดกฎหมายด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติ

อย่างบ้านหนองจานเป็นศูนย์อพยพกัมพูชาในอดีต หากเดือนกันยายนมีการประชุม GBC แล้วไม่ได้ข้อยุติ สามารถใช้กำลังผลักดันผู้ที่อยู่ล้ำแดนไปได้หรือไม่ พล.ต.วินธัย ระบุว่า เป็นไปได้หมดเพราะพื้นที่ตรงนั้น มีความข้องเกี่ยวกับประชาชน อาจจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง

ซึ่งภาพรวมขณะนี้ว่ากัมพูชาเองพยายามที่จะใช้เวทีต่างประเทศ มาเป็นเครื่องมือกดดันไทย แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้เพราะไทยก็มีความพร้อมในทุก ๆ เรื่อง

สถานการณ์การเมืองไทยตอนนี้ จะส่งผลกระทบต่อชายแดนไทยหรือไม่ พล.ต.วินธัย บอกว่า ไม่กระทบ เพราะในส่วนของกองทัพเองได้รับความสนับสนุนจากทางฝ่ายบรัฐบาลอยู่แล้ว และการทำงานในกรอบของฝ่ายทหารก็เป็นไปตามบทบาทหน้าที่อยู่แล้ว ยืนยันไม่มีผลกระทบอะไรเกี่ยวกับงานทางด้านการเมือง และถึงแม้ว่าจเป็นรัฐบาลชุดเดิมหรือชุดใหม่ก็ไม่ส่งผลกระทบ เพราะกองทัพบกอยู่ในกรอบของหน่วยปฏิบัติ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางด้านบริหาร

ส่วนการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญภายในกองทัพบก จะสร้างรอยต่อหรือผลกระทบในการทำงานในพื้นที่ชายแดนทั้งฝ่ายกองทัพภาคที่ 1 และ 2 หรือไม่ พล.ต.วินธัย ระบุว่า ก็ไม่น่ามีผลกระทบอะไร เพราะกองทัพภาคที่ 1-4  ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบก โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้รับผิดชอบ และกองทำงานภายในหน่วยงานทหาร เป็นการทำงานตามตำแหน่ง เพราะฉะนั้นตัวบุคคลจะไม่มีผลต่อการทำงาน

อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ไทยกัมพูชานั้น ตอบได้ยากว่าจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน ยอมรับว่ามีความไม่แน่นอน เพราะว่าจากในห้วงที่เรามีความตึงเครียดมา จะเห็นหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้น่ากังวลเพราะกองทัพบกมีความพร้อม ที่จะเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ