ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การบริจาคเลือดช่วยชีวิตได้ แต่เลือดยังขาดแคลนเพราะเก็บได้จำกัด เผยการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาค สู่ผู้ป่วยที่รอการช่วยเหลือ

การบริจาคเลือด แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดี ว่าเป็นสิ่งที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างทันท่วงที เพราะเลือด เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญในการใช้รักษาและยื้อชีวิตผู้ป่วย เพราะในปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่สามารถคิดค้นสิ่งใดมาใช้ทดแทน จึงจำเป็นต้องมีการรับบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า ทำไมเราถึงเห็นข่าวคลังเลือดขาดแคลนอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ก็เห็นคนไปบริจาคอย่างต่อเนื่อง และ การเดินทางของเลือด เมื่อเราบริจาคเลือดแล้ว มีการเดินทางอย่างไร ? กว่าจะถึงผู้ป่วยที่รอการรักษา

บริจาคเลือด Magnific/New Africa
บริจาคโลหิต

การบริจาคเลือดคืออะไร?

การบริจาคเลือด คือ การสละเลือดส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาค โดยสามารถบริจาคเลือดได้ทุก 3 เดือน เมื่อบริจาคเลือดออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทน ทำให้มีปริมาณเลือดในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดเลือดที่สลายตัวเพราะหมดอายุ ทั้งนี้ กระบวนการในการบริจาคเลือดตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนจนบริจาคเลือดเสร็จสิ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเลือกเจาะเลือดที่เส้นเลือดดำบริเวณแขน แล้วเก็บเลือดบรรจุในถุงพลาสติก (BLOOD BAG) ประมาณ 350-450 มิลลิลิตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค และรู้หรือไม่ ?

บริจาคเลือด 1 ถุง ช่วยผู้ป่วยได้อย่างน้อย 3 ชีวิต

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาด้วยการรับเลือดต่อเนื่องตลอดชีวิตกว่า 23 % และอีก 77 % สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุเพื่อใช้ในการผ่าตัด ซึ่งมักจะเป็นการใช้เลือดในปริมาณมากและเร่งด่วน รวมถึงโรคนานาชนิด ซึ่งเมื่อมีการรับบริจาคมาแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการปั่นแยก เพื่อตรวจหาหมู่เลือด คัดกรองแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดง ตรวจหาเชื้อโรคที่ผ่านการให้เลือด อาทิ HIV ,ไวรัสตับอักเสบ,เชื้อซิฟิลิส จากนั้นจะแยกส่วนประกอบเลือดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

3 ส่วนประกอบเลือด

  • เกล็ดเลือด นำไปรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคไข้เลือดออก มะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • เม็ดเลือดแดง นำไปรักษาผู้ป่วยโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ ผู้ป่วยที่สูญเสียเลือดจากการ ผ่าตัดหัวใจ อุบัติเหตุ ตกเลือดจากการคลอดบุตร
  • พลาสมา นำไปรักษาผู้ที่มีอาการช็อกจากการขาดน้ำ ผลิตเซรุ่มป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เลือด 3 ชนิด ได้แก่
    • แฟกเตอร์ 8 (Factor VIII) รักษา โรคฮีโมฟีเลีย
    • อิมมูโนโกลบูลิน (IVIG) รักษาโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง
    • อัลบูมิน (Albumin) รักษาไฟไหม้น้ำร้อนลวก และโรคตับ

อายุของเลือด

  • เกล็ดเลือด เก็บได้นาน 5 วัน
  • เม็ดเลือดแดง เก็บได้ 35-42 วัน
  • พลาสมา 1 ถุง เก็บได้นาน 1 ปี

การเก็บรักษาจะอยู่ภายใต้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก(WHO) ซึ่งจะเห็นได้ว่าอายุของเกล็ดเลือดนั้นอยู่ได้นานเพียง 5 วันเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการขาดแคลนเลือด

บริจาคเลือด Magnific/EyeEm
บริจาคโลหิต

เมื่อบริจาคเลือดแล้ว เลือดของเราเดินทางอย่างไร

  • โรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขอใช้เลือด จะเบิกเลือดมาทาง Fax หรือ Email
  • ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ พิจารณาจำนวนเลือดที่พร้อมจ่ายคงคลัง
  • หากมีปริมาณเพียงพอ จะจัดสรรให้กับโรงพยาบาลได้ตามจำนวนที่ต้องการ
  • หากมีปริมาณน้อย จะใช้วิธีเฉลี่ยและจัดสรรให้โรงพยาบาลตามความเหมาะสม เร่งด่วน
  • เมื่อถึงโรงพยาบาลปลายทาง จะดำเนินการตรวจสอบความเข้ากันของเลือดก่อนส่งต่อให้กับผู้ป่วยตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ จะมีภาคบริการเลือดแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดย แต่ละภาค จะกำกับดูแลภายในจังหวัด หากโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ จะขอเบิกเลือดเข้ามาที่ตัวเองสังกัดก่อน หากเลือดไม่พอสามารถส่งเรื่องเพื่อขอเบิกเลือดจากส่วนกลางได้ตามขั้นตอน

ความถี่การบริจาคเลือดในไทย

ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยสถิติความถี่การบริจาคเลือดทั่วประเทศ ปี พ.ศ. 2566 จากจำนวนผู้บริจาคเลือดทั้งหมด  1,606,743 คน

  • ผู้บริจาคเลือดปีละ 1 ครั้ง มีปริมาณมากถึง 1,057,894 คน คิดเป็นร้อยละ 65.84 
  • ผู้บริจาคเลือดปีละ 2 ครั้ง จำนวน 313,029 คน คิดเป็นร้อยละ 19.48
  • บริจาคเลือดปีละ 3 ครั้ง จำนวน 156,052 คน คิดเป็นร้อยละ 9.71
  • ผู้บริจาคเลือดปีละ 4 ครั้ง มีจำนวนเพียง 73,770 คน คิดเป็นร้อยละ 4.59

ซึ่งหาก มีผู้บริจาคเลือดบริจาคทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งเพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีเลือดที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอตลอดปี ปัจจุบันศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ รายงานว่า สามารถจ่ายเลือดได้เพียง 44% ของความต้องการเฉลี่ยวันละ 7,305 ยูนิตเท่านั้น

บริจาคแล้วทำไมเลือดถึงขาดแคลนตลอด

ปัญหาการขาดแคลนเลือดในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและบางครั้งถึงขั้นวิกฤติ สภากาชาดไทย ต้องเรียกร้องให้มีการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก

  • ความต้องการเลือดมีปริมาณสูง สำหรับการรักษาผู้ป่วยทั้งในกรณีฉุกเฉิน การผ่าตัด โดยเฉพาะช่วงเทศกาล รวมไปถึงโรคเรื้อรังที่ต้องรับเลือดอยู่เสมอเป็นประจำ ทำให้เลือดที่ได้รับบริจาคมาจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว
  • อายุของเลือดที่มีจำกัด โดยเฉพาะเกล็ดเลือดที่เก็บไว้เพียง 5 วัน
  • ปัจจัยจากพฤติกรรมการบริจาคที่ไม่สม่ำเสมอ จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่า มีผู้บริจาค 1 ครั้งต่อปีมากกว่าผู้บริจาคกลุ่มอื่น
  • สุขภาพของผู้เข้าบริจาค ที่ไม่เอื้อต่อการส่งต่อเลือด
  • เลือดบางหมู่ขาดแคลน โดยเฉพาะหมู่เลือดที่มีผู้บริจาคน้อย หรือหมู่เลือดพิเศษ Rh-negative

ข้อดีการบริจาคเลือด ส่งต่อชีวิต เสริมสร้างสุขภาพ

  • ร่างกายแข็งแรง ซ้ำยังทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงตามมาอีกด้วย
  • ผิวดี หน้าใส การบริจาคเลือดไม่ได้ทำให้อ้วน แต่กลับทำให้ผู้บริจาคมีรูปร่างที่ดีขึ้น หุ่นเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
  • ห่างไกลมะเร็ง ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริจาคเลือดมีแนวโน้มจะมีอายุยืน หรือมีโอกาสตายจากโรคต่างๆ น้อยกว่าผู้ที่ไม่บริจาคเลือด นอกจากนี้การบริจาคเลือดมีส่วนลดความเสี่ยงจากมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอหอย ในผู้บริจาคเลือด
  • จิตใจดี รู้สึกดี การบริจาคเลือด จะให้ความรู้สึกดี ความรู้สึกว่าเป็นผู้ให้ ได้ทำทาน ได้ช่วยชีวิตคน ทำให้เรารู้สึกสุขใจเพราะได้ช่วยชีวิตผู้อื่นด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่ง เป็นการต่อชีวิตที่ส่งผลให้ใครหลายๆ คน มีชีวิตรอดปลอดภัย
  • ลดความเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดแดงตีบ มีการวิจัยพบว่าการเจาะเลือดออกเป็นประจำ จะช่วยลดความดันเลือด ลดระดับน้ำตาล และ ทำให้สัดส่วนไขมันดีต่อไขมันไม่ดี ดีขึ้น ในคนที่มีกลุ่มอาการทางเมตาโบลิก ซึ่งจะมีความดันสูง น้ำตาลสูง และ ไขมันสูง
  • ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 3 เดือน เช่น การวัดความดันเลือด การตรวจภาวะเลือดจาง
  • ได้ตรวจสุขภาพไปในตัว ผู้ที่บริจาคเลือดจำเป็นต้องปฎิบัติตัว โดยงดเว้นพฤติกรรมเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี,​ ไวรัสตับอีกเสบ ซี, ​ซิฟิลิส และเอดส์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้บริจาคเอง
  • การตรวจสารเคมีในเลือด (บริการตรวจให้ปีละ 1 ครั้ง) แจ้งความจำนงที่แพทย์ผู้ตรวจวัดความดันเลือด

จะเห็นได้ว่าการบริจาคเลือดนอกจากจะเป็นการส่งต่อชีวิตเป็นการทำบุญอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ซึ่งสามารถบริจาคได้ทุก 3 เดือน หรือ 4 ครั้งต่อปี

ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคเลือดได้ที่

  • ศูนย์บริการเลือดแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์
  • ภาคบริการเลือดแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ
  • หน่วยรับบริจาคเลือดประจำที่ Fixed Station 7 แห่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 

บริจาคเลือด พีพีทีวี
ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย

บริจาคเลือด พีพีทีวี
ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย
บริจาคเลือด พีพีทีวี
ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย
บริจาคเลือด พีพีทีวี
ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย
บริจาคเลือด พีพีทีวี
ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย
บริจาคเลือด พีพีทีวี
ทำไมคลังเลือดถึงขาดแคลน? เปิดการเดินทางของเลือดจากผู้บริจาคถึงผู้ป่วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ