พลตรี สุรวิชญ์ แดงจันทร์ โฆษกกองทัพภาคที่1 แถลงข่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการทางยุทธการของแม่ทัพภาคที่ 1 ในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาที่รับผิดชอบว่า ได้สั่งการและเตรียมกำลังในการเคลื่อนย้ายกำลังเข้าพื้นที่ปฏิบัติการในจังหวัดสระแก้ว พร้อมดำเนินการตามแผนจักรพงศ์ 681 แต่เช้ามืดวันที่ 26 ก.ค. ต่อที่หมายพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อ ตรึงการปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้าม ใน 4 พื้นที่ ตามที่กองทัพบกมอบหมาย
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชน ทางแม่ทัพภาคที่ 1 เน้นย้ำให้ระมัดระวัง และกระทำต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ดังนั้นการปฎิบัติที่มีการปกปิดและมีความรอบคอบไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัว ผลการดำเนินการถึงไม่มีการปะทะ การดำเนินการเราใช้หน่วยทหารที่มีศักยภาพสูงกว่าหลายเท่า ทำให้ฝ่ายตรงข้ามยินยอมและล่าถอยไป จากนั้นเข้าทำลายที่ตั้งทางทหารและวางลวดหนาม
จึงย้ำว่าการปฎิบัติการเป็นไปอย่างรอบคอบ ไม่ให้กระทบประชาชนของกัมพูชา ป้องกันไม่ให้นำไปขยายผลต่อเวทีโลกว่าเราปฏิบัติต่อเป้าหมายพลเรือน นี่คือความยากในกลยุทธ์และการดำเนินการของพวกเรา ย้ำว่าตลอดระยะเวลาแม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่อำนวยการยุทธ์ด้วยตัวเอง ประชุมกับผู้บังคับการกรมเพื่อให้เกิดความรอบคอบแต่ละที่หมาย พร้อมกล่าวถึงการดำเนินการจัดการประชุมอาร์บีซีสมัยวิสามัญซึ่ง มีความยากโดยเฉพาะเรื่องของสแกรมเมอร์และการเก็บกู้ทุนระเบิด รวมถึงการร่วมมือในการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีการตั้งคณะประสานงานระหว่างสองฝ่ายขึ้นมา เราก็ต้องพยามเดินหน้าเรื่องดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ต่อไป
สำหรับกรณีบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ได้มีการออกมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งประกาศในพื้นที่กฎอัยการศึกอยู่แล้ว เป็นการออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลพี่น้องประชาชน ณ วันนี้พี่น้องประชาชนอยากไปให้กำลังใจก็สามารถมาได้ โดยเข้าสู่มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยระหว่างนี้ทางจังหวัดก็ได้นำส่วนที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่มีเอกสารสิทธิ์ เพื่อรังวัดที่ดิน
นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ยังทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจ้ย ให้ดำเนินการต่อสิ่งปลูกสร้างของกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยของประเทศกลับฝั่งกัมพูชาไป มิฉะนั้นเราจะมีกฎหมายดำเนินการต่อกัน, ดังกล่าว เช่น การหลบหนีเข้าเมือง การบุกรุกพื้นที่การละเมิดพื้นที่ป่าไม้ มีการปักป้ายเพื่อแจ้งให้ชาวกัมพูชาทราบว่า จะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรต่อไป
โดย พลตรี สุรวิชญ์ กล่าวต่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างเราได้ดำเนินการมาเป็นขั้นเป็นตอน โดยร่วมมือกับหลายหน่วยงาน สิ่งที่ประชาชนรอคอยเราทำให้แล้ว โดยผู้บังคับบัญชาในอดีตทำส่งต่อมา ยืนยันว่าเราทำงานร่วมกับมหาดไทยเพื่อเดินหน้าการแก้ไขปัญหา แต่เขาต้องใช้เวลาขอให้ใจเย็น ตอนนี้เรากำลังดึงกัมพูชาเข้ากติกาโดยใช้กติกากดดัน ตอนนี้กัมพูชาเริ่มรับกติกาของเรา เพราะไม่รู้จะไปออกมุขไหนแล้ว เราก็จะกดดันด้วยหลักกติกาสากลนี้ต่อไป
ส่วนเรื่องการซีลชายแดนโดยสมบูรณ์ในพื้นที่กองกำลังบูรพา ในจังหวัดสระแก้ว ยืนยันว่าเราปิดด่านทุกประเภท อย่างสนิทและถาวรทุกด่าน มาตั้งแต่ก่อนหยุดยิง เป็นมาตรการกดดันกัมพูชา สิ่งที่เราทำก็คือซ้อน แนวลวดหนาม ชายแดนของเรา 165 กิโลเมตร เป็นทางบก 95 กม. เป็นคลอง 70กม. พอหน้าแล้งก็สามารถเดินข้ามคลองได้
ทั้งนี้ เราได้สั่งให้กองกำลังบูรพาสกรีนแนวชายแดนทั้งหมดอีก 16 กิโลเมตร เข้าไปด้วยแนวรั้วลวดหนามโดยไม่ให้มีการข้ามแดนผิดกฎหมาย ความหมายคือสกรีนแนวชายแดนร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยด่านปกติและเครื่องมือ นี่คือหัวใจในการที่เราใช้ทางยุทธวิธี ยุทธการและยุทธศาสตร์ปิดล้อมและกดดันทั้งภาวะเศรษฐกิจด้วย
ซึ่งพลตรี สุรวิชญ์ ฝากบอกไปยังคนไทยที่จะเดินทางไปทำงานที่บ่อนหรือสแกรมเมอร์ ขอให้หยุดความคิดเพราะบ่อนทั้งหลายกำลังเตรียมเจ๊ง ขอให้มาทำงานที่ไทยดีกว่า ขณะที่คนฝั่งกัมพูชาอดอยาก ไม่มีงานทำ พอเราจับกุมผู้ที่ลักลอบมีการขนของอุปโภค บริโภคข้ามไป นั่นเป็นผลจากการเรากดดันทุกรูปแบบ
ทั้งนี้การดำเนินการของเรา มีผลไปถึงกองทัพภาคที่ 2 ด้วย อีกทั้งเรายังส่งกำลังไปหลายหน่วยแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ถ้า อยากทราบว่าเป็นหน่วยไหน ให้ดูคลิป 5 นาที ที่เหมือนสตาร์วอร์ นั่น คือหน่วยที่มีศักยภาพสูง กองทัพภาคที่ 1 ทำเต็มที่ ขอให้รอดูผลที่จะเกิดขึ้น แม่ทัพภาคที่1 ได้ฝากมาว่าท่านทำทุกอย่าง โดยยึดหลักถูกต้องภายใต้คุณธรรมหลักการท่านขอปิดทองหลังพระ ไม่ชอบฉายแสง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นการทำร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคง สมช.,กต.,มท. รวมถึง กกล.บูรพา แต่ต้องใช้เวลาในระยะหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการเจรจาในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย - กัมพูชา ครั้งต่อไป
พร้อมยืนยันว่าต่อไปนี้ จะไม่ให้ชาวกัมพูชา เข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทย และเราจะไม่เป็นพี่ใหญ่ใจดีอีกแล้ว นอกจากนี้แนวทางการประท้วง หากกัมพูชายังนิ่งเฉยจะมีการยกระดับ และกำหนดมาตรการในการดำเนินการเอง แต่ทั้งนี้ยืนยันว่า จะเป็นการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมด้วย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 1 มีความตั้งใจเต็มร้อย ในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วง โดยกำหนดกรอบระยะเวลาที่สามารถทำได้จริง ไม่ให้ยืดเยื้อ
"พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นคนมีความอดทนเข้มแข็ง มีความสุขุมรอบคอบ เพียงแต่ว่าไม่ใช่นักพูดแบบตน ท่านไม่ต้องการแสงอะไรมากมายแต่ต้องการ แต่ต้องการผลงาน แล้ววันนี้ได้นำผลงานของท่านมาตอบแทนได้แล้ว ตนจะไปประชุม ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (GBC) ก่อน และจะนำผลงานดีดีกับมาฝาก“ พล.ต.สุรวิชญ์ กล่าว
สำหรับการปิดด่านตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ว่าเป็นการปิดด่านสนิท และยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ หากทราบข้อมูลว่าใครที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ให้นำชื่อและตำแหน่งแจ้งมาที่กองทัพภาคที่ 1 ได้เลย แต่ไม่อยากให้เป็นการอ้างโดยลอย ๆ หากมี เราจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา
สำหรับกรณีด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่ปิดไม่สนิทก่อนหน้านี้ เป็นหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของคนไทยเองก็มีที่ไปทำงานที่กัมพูชา แต่ไม่อยากจะระบุว่าไปทำอะไร ในขณะที่คนกัมพูชาก็ถูกผู้นำเขาบังคับให้กลับประเทศ จึงมีการอนุโลม ซึ่งปัจจุบันจำนวนคนที่ต้องการกลับประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชา เบาบางลง แต่หลังจากนั้นทาง ตม. ได้ทำเรื่องมาว่ามีปริมาณคนเพิ่ม จึงขอดำเนินการต่อทั้ง 2 ประเทศ ขอผ่านด่าน โดยทางกองกำลังบูรพาได้บอกให้ไปรวบรวมรายละเอียด ไม่ใช่ว่า วันนี้อยากจะเข้าออกก็สามารถทำได้ แต่พิจารณาเป็นกรณีไป ซึ่งขณะที่ ตม. กำลังรวบรวมข้อมูล ก็มีการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกันเอง ยืนยันว่า อำนาจในการเปิดปิดด่านทั้งหมดเป็นหน้าที่ของกองกำลังบูรพา ในการจะอนุมัติหรือไม่ ไม่ใช่ ตม. แต่ในระหว่างที่ ตม. กำลังเสนอได้ละเอียด เขาก็เออร์เร่อร์กันเอง ซึ่งขณะนี้ ทุกอย่างได้จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปัจจุบันไม่ได้มีการเข้าออกแล้ว
พร้อมกันนี้ ได้มีการสุ่มซักถามคนกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ และตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ ว่ามีการถ่ายภาพ วิดีโอ หรือนำข้อมูลใด ๆ ของประเทศไทยกลับไปบ้าง พบว่าบางคนเข้าข่ายที่จะเป็นสายลับ จึงมีการขึ้นบัญชีดำไม่ให้กลับเข้ามาอีก ในขณะที่คนไทย ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย ถูกสอบสวนว่าไปดำเนินการในสิ่งที่ผิดกฎหมายในกัมพูชาหรือไม่ หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับบ่อนการพนัน ยอมรับว่าทำให้หน่วยงานความมั่นคงได้รับประโยชน์ เช่น พบว่ามีการสะสมโดรนอยู่ในตึก มีสแกมเมอร์อยู่ตามจุดต่าง ๆ
ทั้งนี้ พลตรี สุรวิชญ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ว่าคนไทยที่ตกค้าง บางกลุ่มเป็นผู้ที่ทำงานในบ่อนการพนัน และบางกลุ่มเป็นผู้ที่เดินทางไปเพื่อเล่นการพนันหรือไม่ โดยระบุว่า ให้ไปถาม ตม. แต่ยืนยันว่า เขาเป็นคนไทย เราต้องให้เขากลับเข้ามา เมื่อถามต่อว่า ปัจจุบันนี้ หลังจากปิดด่านคลองลึก ยังมีคนไทยตกค้างอยู่หรือไม่ พลตรี สุรวิชญ์ ระบุว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม ตม. ส่วนจะเดินทางกลับทางอื่นหรือไม่ ตนไม่ทราบ