ตามที่ปรากฏข่าวสาร เกี่ยวกับการรุกล้ำอธิปไตยด้านพื้นที่ จ.ตราด โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ชี้แจงข้อมูลดังกล่าวว่า พื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ตามมาตราส่วน 1:50000 ล้ำเข้ามาดังนี้
จุดที่ 1 เป็นกองร้อย ตชด . 825 (กัมพูชา) ซึ่งมีอาคารล้ำเข้ามาประมาณ 15 เมตร
จุดที่ 2 เป็นแนวคูเรตบริเวณสวนยางซึ่งมีบางส่วนของพื้นที่สวนยาง ล้ำเข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศไทย ประมาณ 125 เมตร
และจุดที่ 3 เป็นกองร้อย ลว.ที่ 1 ของ พัน.ปชด.501 ของกัมพูชาซึ่งมีแนวคูเรตล้ำเข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศไทย ประมาณ 30 เมตร ซึ่งทั้ง 3 พื้นที่ดังกล่าว กปช.จต. ดำเนินการผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามออกนอกพื้นที่หมดแล้ว ไม่มีกำลังฝ่ายตรงข้ามอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และในปัจจุบัน กปช.จต. ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างกันเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ กปช.จต.จะติดตามผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิดต่อไป กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราดขอชี้แจงข้อมูล ดังกล่าว เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและยังคงยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า จะปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำอธิปไตยของชาติ แม้แต่ตารางนิ้วเดียว
ด้านนาวกเอกภูริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) เปิดเผยว่า การรุกล้ำพื้นที่ประเทศไทย 3 จุด บริเวณบ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด เป็นเรื่องจริงล้ำมาหลายสิบปีแล้ว แต่การล้ำพื้นที่มานั้นไม่มากเหมือนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายทหารได้ทำเรื่องประท้วงมาตลอด เพื่อให้ฝ่ายกัมพูชาถอยออกไป แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ซึ่งหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวได้ทำการตรวจสอบพบว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และได้เข้าไปดำเนินการผลักดันออกไปทั้งหมดแล้ว
ผบ.ฉก.นย.ตราด ยังกล่าวต่อว่า ทหารไทย ยังคงรักษาอธิปไตยไทยไม่ให้มีการรุกล้ำพื้นที่เพิ่มเติม ส่วนการพลักดันนั้น ทางทหารพร้อมใช้กำลังเข้าจัดการเด็ดขาด แต่เราเป็นห่วงประชาชนชาวตราด ที่จะได้รับผลกระทบหากเกิดการปะทะขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดตราด ใน 2 อำเภอ คือ อ.เมืองตราด มีพื้นที่ติดชายแดนจำนวน 4 ตำบลคือ ตำบลท่ากุ่ม ต.ตะกาง ต.ชำราก และตำบลแหลมกลัด ติดกับอำเภอเวียงเวล จ.โพธิสัต ในอำเภอคลองใหญ่ มีพื้นที่ติดกับ จ.เกาะกง และมี 3 ตำบลที่ติดชายแดน คือ ต.ไม้รูด ต.คลองใหญ่ และ ต.หาดเล็ก ซึ่งตลอดระยะทางมีพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำตาม MOU 43 จำนวน 17 จุด
ซึ่งที่ผ่านมา มีคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ,กรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งสภาความมั่นคงเดินทางมาติดตามสถานการณ์ชายแดนตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา และทางฝ่ายหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ,ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 (ชค.ทพ.นย.ที่ 3) ได้บรรยายสรุป และชี้แจงถึงปัญหาในเรื่องนี้มาตลอด หลังจากมีความพยายามในการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านท่าเส้นกับบ้านทมอดา ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัต แต่ฝ่ายความมั่นคง (สภาความมั่นคงแห่งชาติ) ไม่ยินยอม
เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีการก่อสร้างอาคารกาสิโนหลังที่ 2 และบ้านพักทหารชายแดนล้ำเข้ามาในพื้นที่เขตแดนไทย และไม่ยอมรื้อถอนออกไป แม้ฝ่ายนักธุรกิจ จ.ตราดจะให้งบประมาณรื้อจำนวน 3 ล้านบาท แต่รัฐบาลกัมพูชาไม่ยินยอม ทำให้สภาความมั่นคงแห่งชาติไม่เปิดจุดผ่านแดนแห่งนี้ แม้จะมีภาคเอกชนของจังหวัดตราด และฝ่ายการเมืองของ จ.ตราดพยายามผลักดัน หลังจากมีการทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท สร้างถนน 4 เลน เข้ามาเชื่อมกับถนนที่ฝ่ายกัมพูชาสร้างมาเชื่อมก็ตาม
โดยจำนวนพื้นที่ 17 จุด ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำและละเมิดเขตแดนไทยตาม MOU 43 ประกอบด้วย
พื้นที่อำเภอเมืองตราด
- ตำบลชำราก 4 จุด
- ตำบลแหลมกลัด 6 จุด
พื้นที่อำเภอคลองใหญ่
- ตำบลไม้รูด 5 จุด
- ตำบลคลองใหญ่ 1 จุด
- ตำบลหาดเล็ก 1 จุด