วันที่ 22 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ซึ่งมีผู้ติดตาม 1.2 ล้าน ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า ป.ป.ช. ชี้มูล เอารถหลวงไปเมาหัวทิ่ม ในปี 2566 หมาเฝ้าบ้านเปิดประเด็นข้าราชการสาว ตำแหน่งผู้ช่วยและรักษาราชการแทนหัวหน้า ปภ.พะเยา ใช้รถยนต์ส่วนกลางขับไปงานเลี้ยงสังสรรค์พลิกคว่ำลงข้างทาง
ล่าสุด ป.ป.ช. พะเยาชี้มูลความผิดนางสาวอัญชลี อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จังหวัดพะเยา จากกรณีดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบของทีมข่าวพีพีทีวีพบว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีการชี้มูลความผิดในกรณีดังกล่าวจริง โดยทางไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังยุติได้ว่า ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.2566 หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดพะเยา ได้ไปราชการ ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวนางสาวอัญชลี เป็นผู้รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดพะเยา และได้นำรถยนต์ส่วนกลางคันสีส้ม ของสำนักงาน ปภ.จังหวัดพะเยาไปใช้โดยเป็นผู้ถือกุญแจและขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วยตนเอง
ซึ่งในวันที่ 16 ส.ค.2566 ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้รถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าว เดินทางไปร่วมงานพบปะหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพะเยา และอยู่ร่วมงานดังกล่าวจนถึงงานเลิกช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปยังสถานบันเทิง โดยใช้เวลาอยู่ที่บริเวณดังกล่าว จนถึงเวลาประมาณ 02.02 น. หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ไปจอดบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองพะเยา และขับไปที่สำนักงาน ปภ.จังหวัดพะเยา แต่ไม่ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดไว้ที่โรงจอดรถของสำนักงานฯ
ต่อมาเวลาประมาณ 03.40 น. ผู้ถูกกล่าวหาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาทางถนนทางหลวงหมายเลข 1193 (แม่นาเรือ - แมใจ) ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำลงไปอยู่ในร่องน้ำริมถนน เป็นเหตุให้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหาย แต่ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้ปกปิดเรื่องดังกล่าวไว้ ไม่ได้รายงานแก่ผู้บังคับบัญชารับทราบโดยทันที และได้มาจัดทำเอกสารรายงานเหตุต่อผู้บังคับบัญชารับทราบในภายหลัง และได้รับรองเป็นหลักฐานในเอกสารนั้นว่าในวันเกิดเหตุตนได้นำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าว ไปตรวจเหตุสาธาธารณภัยในเขตพื้นที่ตำบลสันป้าม่วง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ทั้งที่ช่วงดังกล่าวจังหวัดพะเยาไม่ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในเขตพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง หรือพื้นที่อื่นใดภายในจังหวัดพะเยา
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบตามความเห็นของคณะไต่สวนเบื้องต้นว่า การกระทำของนางสาวอัญชลี ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 83 (1) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1)
จึงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่ส่วน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทารทางวินัยกับนางสาวอัญชลี ตามฐานความผิดดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ ให้แจ้งสำนักงาน ปภ.จังหวัดพะเยา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไปด้วย