จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งมีการอัญเชิญรูปปั้น “องค์นรสิงห์จำลอง” กลับที่ตั้งจุดเดิมบนระเบียงตึกไทยคู่ฟ้า
ทั้งนี้สำหรับ “องค์นรสิงห์จำลอง” ดังกล่าวได้สร้างขึ้นในสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยให้โรงหล่อจัดทำขึ้นและนำมามอบให้เพื่อสักการะบูชา ตั้งแต้ต้นปี 2564
วันนี้ พีพีทีวี พามาทำความรู้จักตำนาน “นรสิงห์” หรือ “นรสีห์” (สันสกฤต: नरसिंह, อังกฤษ: Narasimha) แปลตรงตัว ”มนุษย์-สิงโต” เป็นเทพในศาสนาฮินดูเป็นที่เคารพนับถือในฐานะอวตารองค์ที่สี่ในสิบอวตารหลัก ( ทศาวตาร ) ของพระวิษณุ โดยมีลำตัวเป็นมนุษย์ ส่วนหัวและกรงเล็บเป็นสิงโต
เป็นที่เคารพนับถือในฐานะผู้พิทักษ์ที่ดุร้าย ผู้ทำลายล้างความชั่วร้ายและคุ้มครองผู้ศรัทธา “นรสิงห์” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในการปกป้องผู้ศรัทธา และในการปราบหิรัณยกะสีปุ ราชาปีศาจผู้กดขี่ และเชื่อว่าลงมาทำลายความชั่วร้ายและยุติการกดขี่ข่มเหงทางศาสนาและความหายนะบนโลก ฟื้นฟูธรรม
สำหรับ “นรสิงห์” ในประเทศไทยนั้น ตามประวัติของทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่ตึกไทยคู่ฟ้า จะเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีอย่างเช่นในปัจจุบันนั้น ได้ชื่อว่า “บ้านนรสิงห์” ของเจ้าพระยารามราฆพ มาตั้งแต่แรก และ “องค์นรสิงห์” ได้อยู่คู่กับบ้านนรสิงห์มาตั้งแต่ต้น ก่อนที่ “บ้านนรสิงห์” จะกลายม้เป็นตึกไทยคู่ฟ้าในปัจจุบัน
ส่วนตำนาน “นรสิงห์” เล่าว่า “หิรัณยกศิปุ” บำเพ็ญตบะเป็นเวลานาน จนได้รับพรจากพระพรหม ให้เป็นผู้ที่ฆ่าไม่ตายจากมนุษย์, สัตว์, เทวดา ให้ฆ่าไม่ตายทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ให้ฆ่าไม่ตายทั้งจากอาวุธและมือ ให้ฆ่าไม่ตายทั้งในเรือนและนอกเรือน
“หิรัณยกศิปุ” ได้อาละวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งสามภพ พระอินทร์จึงทูลเชิญพระนารายณ์อวตารเกิดมาเป็น “นรสิงห์” คือ มนุษย์ครึ่งสิงห์ นรสิงห์สังหารหิรัณยกศิปุด้วยกรงเล็บด้วยการฉีกอก ที่กึ่งกลางบานประตู ในเวลาโพล้เพล้ ก่อนตาย “นรสิงห์” ได้ถาม “หิรัณยกศิปุ” ว่า สิ่งที่ฆ่าเจ้าเป็นมนุษย์หรือสัตว์หรือเทวดาหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ สิ่งที่สังหารเป็นมือหรืออาวุธหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ ในเรือนหรือนอกเรือนหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ และเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ “นรสิงห์” จึงประกาศว่า บัดนี้ พรที่ประทานจากพระพรหมได้สลายไปสิ้นแล้ว เทวดาทั้งสามภพจึงยินดี