จากปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะจบลงอย่างไรและเมื่อไหร่ ทำให้ชาวบ้าน ในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดน ถึงกับตัดพ้ออยากจะขายบ้าน - ที่ดิน เพราะเหนื่อยกับการอพยพ ที่ต้องใช้เงินจนแทบจะหมดแล้ว
นางทองสุข อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 3 กิโลเมตร บอกว่าตอนนี้สงสารหลาน 2 ขวบ วันนี้อยากขายบ้าน ขายไร่ ขายที่นา ที่อยู่ติดชายแดนที่ไปทำไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครกล้ามาซื้อหรือไม่
ที่ลำบากกว่านั้นคืองวดรถยนต์ งวดรถไถ สุดท้ายหากไม่มีเงินจ่ายงวดรถ ก็จะต้องปล่อยให้เขายึดไป
ส่วนสาเหตุที่ประกาศขายบ้าน - ที่ดิน เพราะจะไปอยู่ที่ปลอดภัย เนื่องจากเหนื่อยกับการอพยพ ซึ่งผ่านมา 4 รอบแล้ว อพยพไป ก็ต้องไปเช่าบ้านอยู่จนเงินจะหมดแล้ว ทุกวันนี้ข้าวของเครื่องใช้ ครก สาก เสื้อผ้า ทั้งของตัวเอง และของหลาน เก็บไว้บนรถยนต์ พร้อมไปได้ทันที หากมีเสียงปืนใหญ่
ส่วนนายจันทร์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลบึงมะลู อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาบ้าน หลังจากอพยพออกไปตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา เพราะมีข่าวกัมพูชาจะปะทะกับไทย เปิดใจว่าวันนี้ยังไม่ยิงกัน จึงขนข้าวของกลับมาบ้านอีกรอบ ที่ผ่านมาอพยพไปๆ มาๆ เช่นนี้หลายรอบแล้ว วันๆ ไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัย ของตัวเองและครอบครัวก็ต้องอพยพไป และหากเหตุการณ์สงบ ก็เดินทางกลับมาเช่นนี้ “เด็กก็ไม่ต้องไปโรงเรียน พ่อแม่ ไม่ต้องไปทำงานกันแล้ว”