ดรามาร้อนสนั่นวงการพระเครื่องระหว่างเซียนพระชื่อดังอย่าง “บอย ท่าพระจันทร์” และ “โอ๊ต บางแพ” ที่ออกมาโต้ตอบกันถึงความจริงแท้ของ เหรียญหลวงพ่อทวดปี 2508 รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์เนื้อทองคำ ที่สร้างโดยหลวงปู่ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ จ.ปัตตานี
โดยบางช่วงบางตอนหนึ่งในเซียนพระ มีการกล่าวอ้างว่าตนได้พูดคุยกับคนในตระกูลคณานุรักษ์ ซึ่งเป็นผู้สร้างเหรียญหลวงพ่อทวดปี 2508 รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์เนื้อทองคำ และได้รับการยืนยันว่า ไม่มีเหรียญเนื้อทองคำ อยู่ในรายการสร้าง
จากกระแสดรามาดังกล่าว ทำให้นายนรบดี คณานุรักษ์ ทายาทสายตรงผู้สร้างพระหลวงปู่ทวดได้นำบันทึกของคุณทวดอนันต์ คณานุรักษ์ ในการสร้างพระหลวงปู่ทวดมาเปิดเผยกลางรายการโหนกระแส และทิ้งท้ายว่าตนไม่ทราบรายละเอียดการสร้าง แต่หากอ้างอิงจากหนังสือบันทึกของคุณทวดอนันต์แล้ว ก็ยืนยันได้ว่าตระกูลคณานุรักษ์ ไม่ได้สร้างพระรุ่นดังกล่าว ส่วนจะมีคนอื่นไปสร้าง หรือทางวัดจัดสร้างเองหรือไม่ไม่สามารถบอกได้ หลายคนอาจสงสัยว่า “ตระกูลคณานุรักษ์” เป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับการสร้างพระ ทีมข่าว พีพีทีวี พาย้อนประวัติต้นตระกูลคณานุรักษ์
ต้นตระกูลคณานุรักษ์ หลวงสําเร็จกิจกรจางวางเมืองปัตตานี
หลวงสำเร็จกิจกรจางวางเมืองปัตตานี หรือ บุ้ย แซ่ตัน มีพื้นเพเป็นชาวจีนฮกเกี้ยนจากตำบลเจียะ ได้เดินทางพร้อมครอบครัวด้วยเรือสำเภามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองสงขลา ในสมัยรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เมื่อเกิดเหตุการณ์กองทัพเมืองไทรบุรียกมาตีเมืองสงขลา นายบุ้ย แซ่ตัน ได้แสดงความจงรักภักดีและตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่ได้พึ่งพิงอาศัย ด้วยการรวบรวมพรรคพวกออกอาสาร่วมกับเจ้าเมืองสงขลาต่อสู้กับกองทัพไทรบุรีจนได้รับชัยชนะ ทัพไทรบุรีต้องถอยร่นกลับไป จากความดีความชอบในครั้งนี้ เจ้าเมืองสงขลาจึงได้ถวายรายงานต่อรัชกาลที่ 3 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายบุ้ย แซ่ตัน ให้เป็น "หลวงสำเร็จกิจกร จางวางเมืองปัตตานี" ในเวลาต่อมา
ด้านชีวิตครอบครัว
หลวงสำเร็จกิจกรจางวางมีภรรยา 4 คน โดยมีบุตรธิดาที่สำคัญซึ่งเป็นผู้สืบตระกูลและมีบทบาทในภายหลัง เช่น บุตรธิดาจากภรรยาคนที่ 2 นางเจียงซุน แซ่โก้ย : มีบุตรธิดา 4 คน ซึ่งต่อมาบุตรชายคนหนึ่งคือ จูล่าย ตันธนวัฒน์ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น พระจีนคณานุรักษ์ ซึ่งเป็นที่มาของต้นตระกูลคณานุรักษ์ ในปัจจุบัน บุตรจากภรรยาคนที่ 4 นางเกี้ยด แซ่กอ มีบุตร 1 คน คือ นายจูอิน ตันธนวัฒน์ หรือ หลวงวิชิตศุลกากร สำหรับหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 73 ปี โดยศพถูกบรรจุที่ฮวงซุ้ยในหมู่บ้านปะกาฮะรัง
ประวัติพระจีนคณานุรักษ์ หรือ จูล่าย ตันธนาวัฒน์
เกิดเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 12 ปีมะแม ปี พ.ศ. 2390 เป็นบุตรคนที่ 3 ของหลวงสำเร็จกิจกรจางวางเมืองปัตตานี พระจีนคณานุรักษ์ มีความวิริยะในการประกอบอาชีพสร้างตนเองและครอบครัว จนประสบความสําเร็จ และเป็นหัวหน้าชาวจีนปัตตานี ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดปรานและไว้วางพระราชหฤทัย
ต่อมาด้วยความดีความชอบของพระจีนคณานุรักษ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเหมือง 5 แห่งที่อำเภอบันนังสตาให้ไว้เป็นที่ทำกิน คือ 1. เหมืองที่ถ้ำทะลุ 2.เหมืองมายอบน 3.เหมืองบูล้วน 4. เหมืองหวนหน้าซัวบน 5. เหมืองหวนหน้าซัวล่าง
พระจีนคณารักษ์ได้ประกอบคุณงามความดีไว้กับบ้านเมือง ทั้งทางโลกและทางธรรมเป็นอเนกประการ อาทิ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้สร้างศาลาการเปรียญวัดตานีนรสโมสรจนได้รับผลสําเร็จอันเป็นประจักษ์ นอกจากนี้ทรงรับสั่งให้เป็นหัวหน้า จัดสร้างโบสถ์ ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร อําเภอหนองจิก จังหวัด ปัตตานีอีกด้วย ตลอดจนถึงยังได้รับใช้ประเทศชาติตามพระราช ประสงค์ของรัชกาลที่ 5 ในการจัดสร้างวัดต่าง ๆ จนได้รับพระราชทานสัญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2431 ให้เป็น หลวงจีนคณานุรักษ์ หัวหน้าจีนเมืองตานี และต่อมาในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ตั้งเป็น พระจีนคณานุรักษ์ กรมการพิเศษเมืองปัตตานี พระจีนคณานุรักษ์ หรือ จูล่าย ตันธนวัฒน์ ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 9 มกราม พ.ศ. 2462 รวมสิริอายุ 73 ปี
ด้านชีวิตครอบครัว
- ภรรยาคนแรกชื่อเบ้งซ่วน แซ่จุง มีบุตรและธิดา คือ บั่นฮก ตันธนาวัฒน์ หรือ ขุนจําเริญภักดี,บั่นล็อก ตันธนาวัฒน์ หรือ ขุนพจนสาบาล ,บั่นซิว ตันธนาวัฒน์ หรือ ขุนพิทักษ์รายา
- ภรรยาคนที่ 2 ชื่อนางยาง น้องสาวคุณหญิงระนอง มีบุตรและธิดา คือ นางกุ้ยฮวด ภรรยาเจ้าคุณพิทักษ์ฯ (นนท์ โกไศยกานนท์), นางกุ้ยกี ภรรยาเจ้าคุณประวัติวราฤทธิ์ สมุหเทศามณฑลสุราษฎร์ธานี
- ภรรยาคนที่ 3 ชื่อนางเนียว มีธิดาคนเดียวคือฉุ้นเลี้ยง
- ภรรยาคนที่ 4 ไม่ปรากฏชื่อ
ที่มานามสกุลคณานุรักษ์
สำหรับตระกูลคณานุรักษ์เกิดขึ้นภายหลัง มีประกาศพระราชบัญญัตินามสกุล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) กำหนดให้มีการใช้นามสกุล จึงได้เอาชื่อหลวงจีนคณานุรักษ์มาเป็นนามสกุล และปัจจุบันเหล่าเครือญาติตระกูลคณานุรักษ์อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร
ที่มา : ฐานข้อมูลท้องถิ่น ภาคใต้ หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่,วารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี,Pattani Heritage City