จากกรณีที่นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ออกมาแสดงความเห็นว่า การที่ “กัน จอมพลัง” นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงผี เพื่อกดดันชาวกัมพูชาที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว อาจละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT)
ล่าสุด 14 ต.ค. 68 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับ นายสุธีร์ อายุ 60 ปี ชาว อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นปู่ของ ด.ช.ธิติวัฒน์ หรือ “น้องน้ำโขง” อายุ 8 ขวบ ที่เสียชีวิตจากจรวด BM-21 ของทหารกัมพูชา
พร้อมกับนายบัณฑิต อายุ 34 ปี รวมเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ปู่ของน้องน้ำโขง กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติงานของคุณกัน จอมพลัง ตนก็เห็นด้วย เราเปิดเสียงในดินแดนไทยของเรา เมื่อก่อนขนาดกาสิโนฝั่งกัมพูชาห่างเกือบ 10 กิโลเมตรเปิดเพลง จุดพลุเสียงยังดังถึงหมู่บ้าน เราก็ไม่เคยมีปัญหาเลยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
ตนเห็นด้วยกับกัน จอมพลัง ในฐานะครอบครัวที่มีหลานชายวัย 8 ขวบ เสียชีวิตคาอกคุณย่า ก็อยากถาม สว.อังคณา ว่า ท่านรู้เรื่องนี้บ้างหรือไม่ เหตุใดท่านไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเหมือนกับที่ท่านออกมาเห็นใจชาวกัมพูชา ณ ตอนนี้
นายสุธีร์ กล่าวต่อว่า ฝากถึงคุณกัน จอมพลัง ว่าท่านทำดีแล้ว ท่านทำเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย เพื่อคนชายแดน 100% ขอเป็นกำลังใจให้ทำต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดกับครอบครัวของตน หลายชายก็เสีย ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย อยากถามนักสิทธิมนุษยชนว่า เหตุใดถึงไม่ออกมาให้กำลังใจหรือมาเรียกร้องให้กัมพูชามีการเยียวยา หรือรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ
แต่ในการใช้เสียง อาจจะใช้ในยามวิกาล แต่ก็เป็นผลดีที่ว่าทำให้ทหารที่กำลังหลับหรือเหนื่อยได้ตื่นตัวมาปกป้องประเทศชาติ แต่ท่านเคลื่อนไหวบอกว่าไม่สมควร แต่การที่เด็ก 8 ขวบ เสียชีวิตคาที่ตรงนี้ ท่านคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือ แล้วท่านไปนิ่งอยู่ที่ไหน เด็ก 8 ขวบไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำไมไม่เอาประเด็นนี้ไปฟ้องศาลโลก หรือศาลต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ชาวโลกรับรู้ ให้ชาวโลกประนามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม
เพราะอะไรแค่เสียงเล็ดลอด ท่านก็เป็นเดือดเป็นแค้นแทนชาวกัมพูชา แต่เด็ก 8 ขวบเสียชีวิต กลับไม่สนใจ และเป็นเพราะอะไรมาเคลื่อนไหวตอนนี้กับเรื่องของเสียงตอนนี้ ตอนแรกไปอยู่ที่ไหนมา
นายสุธีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุการณ์ชายแดนก็อยากให้จบในรุ่นพวกเรา อย่าให้ถึงรุ่นลูกหลานที่อาจจะเกิดสงครามอีก อยากให้สร้างรั้วตลอด 800 กม. ให้จบ และจัดการปัญหาให้สิ้นซาก รุ่นนี้ยังทำได้ขนาดนี้แล้วรุ่นต่อไปจะเป็นอย่างไร เทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่เขาก็จะเอามารุกรานเราเหมือนเดิม วันข้างหน้าอาจะเกิดเหตุลักษณะนี้หรือรุนแรงกว่านี้ ก็ขอให้ทำให้จบเลย ให้เบ็ดเสร็จไปเลย
นายสุธีร์ ทิ้งท้ายว่า ขวัญกำลังใจคนชายแดนเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะ ไม่กลัวสงครามแล้ว พร้อมอพยพ ให้ทหารจัดการ ให้แต่ทุกอย่างจบ ทหารไม่ควรที่จะมาเสียขา เสียอธิปไตย จากการที่กัมพูชาละเมิดหลายรื่อง แต่นักสิทธิมนุษยชนกลับเงียบ เขาเลือกทำให้ตัวเขาถอยลงเหว แต่ของเราต้องมาสูญเสียกำลังพลและชาวบ้าน