ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว พบว่ามีภาคประชาชนกลุ่มคนรักเครื่องเสียง จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่มารวมตัวกัน ทั้งจากจากกรุงเทพมหานคร ,ราชบุรี และกาญจนบุรี ทยอยนำรถเครื่องเสียงลงพื้นที่บ้านหนองจานตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังรถแห่ลำโพงไทย สะเทือนแนวชายแดน เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ปกป้องประเทศไทยด้วยเสียงแห่งแผ่นดินไทย
ซึ่งลักษณะเครื่องเสียงครั้งนี้แตกต่างกับรถแห่ แต่จะเป็นรถที่ติดตั้งลำโพงทั่วทั้งคัน มีประชาชนในพื้นที่มาร่วมร้องเพลงแสดงพลังรักชาติ โดยขบวนรถเครื่องขยายเสียงได้เริ่มจอดสแตนด์บายในพื้นที่บริเวณจุดตรวจ ต.40 บ้านหนองจาน ขณะนี้มีทั้งหมด 5 คัน โดยจอดเรียงกัน พร้อมยกหันลำโพงไปทางฝั่งแนวชายแดน หรือฝั่งบ้านโจกเจยของกัมพูชาที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ขบวนรถแห่ทั้งหมดจะเปิดเพลงปลุกใจ รวมถึงเปิดสารคดีแคมป์ 511 ช่วงยุคเขมรแดง ที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวกัมพูชาหนีความโหดร้าย เข้ามาอาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย ซึ่งเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 เป็นต้นไป
นายศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของรถเครื่องขยายเสียง นำรถของตนเองมาสนับสนุนในพื้นที่บ้านหนองจาน โดยระบุว่าเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงและเป็นเพียงจิ๊กซอว์ส่วนหนึ่ง ที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้มีรถแห่เข้ามาและได้ผลลัพธ์ที่ดี วันนี้จึงรวมทีมเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ เป็นการทวงคืนดินแดนของเรากลับคืนมา
นายศักดิ์สิทธิ์ ยืนยันว่าแนวคิดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ “กัน จอมพลัง” ตนได้ประสานกับฝ่ายอื่น ซึ่งยังไม่ได้วางแผนว่าจะเปิดในลักษณะไหนและเปิดไปถึงเมื่อไหร่ แต่เบื้องต้นคาดว่าจะเปิด 3 วัน คือ วันที่ 17-19 ตุลาคมนี้ พร้อมย้ำว่ามาด้วยใจล้วน ๆ ไม่มีใครสั่ง
ส่วนกรณีที่นักสิทธิมนุษยชน ออกมาบอกว่าการใช้เสียงจะทำให้กระทบต่อเวทีระหว่างประเทศ ส่วนตัวยังไม่อยากให้ความคิดเห็น สำหรับรถเครื่องขยายเสียงที่นำเข้ามาในพื้นที่ทั้ง 3 คัน คันแรกติดตั้งลำโพง 96 ปาก, คันที่สอง 48 ปาก, คันที่สาม 24 ปาก รวม 168 ปาก ความดังระยะไกลมากถึง 30 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ร.ท.วิลาส อบอวน ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.นครนายก และ ผอ.เครือข่ายองค์กรสมาคมสิทธิมนุษยชนภาคประชาชนประจำจังหวัดนครนายก บอกว่า ที่มาวันนี้ตนอยากนำรายชื่อชาวบ้านที่เดือดร้อน ไปร้องเรียน UN เพราะเดิมทีประเทศไทยอยู่ดีๆ แต่ UN กลับนำชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่ในไทย พร้อมบอกว่า หน่วยงานที่ควรแก้ปัญหาเรื่องนี้คือกระทรวงการต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมากลับนิ่งเฉย และมีปัญหาในการสื่อสาร