จากกรณีที่มีรถกระบะจอดขวางรถฉุกเฉินเร่งส่งผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลปลายพระยา จนส่งผลให้ผู้ป่วยวิกฤติเสียชีวิต โดยที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิตถึงกับทรุดไหว้ขอทางกับเจ้าของรถกระบะ นั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังลูกสาวของผู้เสียชีวิต โดยเธอเล่าว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ขับขี่รถคันหนึ่งได้นำรถมาจอดหลังรถพยาบาล ซึ่งเป็นรถที่กำลังเปิดรอคนไข้ขึ้นรถอยู่ในขณะนั้น ซึ่งก็คือพ่อของเธอ กำลังจะถูกนำตัวออกมา
ทว่าพยาบาลพบว่ารถพยาบาลถูกจอดขวาง จึงได้ออกตามหาเจ้าของรถและแจ้งให้ทราบ แต่ปรากฏว่าเกิดการถกเถียงกันขึ้น โดยผู้ขับรถกระบะไม่ยอมที่จะมาเลื่อนรถให้ พร้อมทั้งอ้างเหตุผลว่าเขามีแม่อยู่ตรงนั้น และเขาจะต้องอยู่กับแม่
ด้วยความรู้สึกเสียใจ ตนจึงตัดสินใจที่จะนั่งลงและยกมือไหว้เขาเพื่อขอร้องให้เขาช่วยถอยรถให้ นอกจากนี้ยังมีการ โต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ด้วย เธอรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ต้องรอคอยนั้นนานมาก โดยประมาณการว่าใช้เวลาอย่างน้อยเกือบ ๆ 10 นาที
เธอเล่าต่อว่า ความรู้สึก ณ ตอนนั้นคือ เสียใจมาก เนื่องจากพ่อของเธออยู่ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินจริง ๆ พ่อต้องเป็นเคสด่วนที่ต้องส่งต่อ แต่กลับมาประสบเหตุการณ์ล่าช้าเช่นนี้ จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และยังเชื่อว่าถ้าไปเร็วกว่านี้ สถานการณ์อาจจะดีกว่า
สำหรับสิ่งที่เธอต้องการฝากไปถึงผู้กระทำนั้น คือ ขอแค่ไม่ให้ไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก ขอให้สำนึกได้ และขอให้เขารู้สึกผิดจริง ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความต้องการให้ผู้กระทำมากราบศพ เธอบอกว่า ยังบอกไม่ได้ ว่าจะไหวไหมหรือจะโอเคไหม เนื่องจากในเวลานี้เธอเสียใจมาก ๆ
ทั้งนี้ ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้เข้าแจ้งความกรณีดังกล่าวกับ สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลา 17.27 น.