เริ่มแล้ว! ประชุม JBC ไทย–กัมพูชา สมัยวิสามัญ ถกปมพื้นที่รุกล้ำชายแดน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เริ่มประชุม JBC ไทย–กัมพูชา สมัยวิสามัญ เน้นหารือกรณีบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว คุยแนวทางสร้างรั้วชายแดน ม็อบ คปท. จี้เลื่อนประชุมห่วงเป็นเพียงละครการทูต

วันที่ 21 ต.ค.2568 ที่จังหวัดจันทบุรี มีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา หรือ JBC สมัยวิสามัญ อย่างเป็นทางการ โดยมี นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย จะร่วมประชุมกับ ฬำ เจีย ประธาน JBC ฝ่ายกัมพูชา โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วม การประชุมนี้เป็นสมัยวิสามัญ ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน เพื่อให้การทำงานมีความสอดคล้องกับเวทีการประชุม GBC และ RBC

 

ประชุม JBC กระทรวงการต่างประเทศ
การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา หรือ JBC สมัยวิสามัญ

สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 ต.ค. 2568 เพื่อหารือความคืบหน้าในการปักปันเขตแดนที่ยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงการปรับปรุงแนวแผนที่และการใช้เทคโนโลยี LIDAR ในการสำรวจแนวเขตแดนร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายให้การทำงานทางเทคนิคสามารถยืนยันแนวเขตแดนได้อย่างโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับร่วมกันและจะเน้นหารือกรณีบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การสร้างรั้ว

ทั้งนี้ก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เวลา 09.00 น. ได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างประธาน JBC ทั้งสองฝ่าย เพื่อแลกเปลี่ยนท่าทีและแนวทางการเจรจาในประเด็นหลัก ต่อมาเวลา 11.00 น. เป็นการเริ่มพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ และเริ่มประชุมเต็มคณะทันทีภายหลังการพิธีเปิดเสร็จเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวบริเวณด้านหน้าของโรงแรมที่มีการจัดประชุม นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคณะประชาชนปกป้องประเทศไทย (คปท.) นำมวลชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกัน เพื่อยื่นหนังสือต่อหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายไทย เรียกร้องให้ทบทวนการประชุม JBC ในครั้งนี้

นายพิชิต เผยว่า สาเหตุที่ต้องมายื่นหนังสือ เนื่องจากเห็นว่ากัมพูชาไม่เคารพต่อข้อตกลงในการประชุมร่วมระหว่างสองประเทศที่ผ่านมา โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ได้มีข้อตกลงร่วมกัน 4 ข้อ แต่จนถึงขณะนี้ กัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทั้ง 4 ข้อแม้แต่ข้อเดียว ขณะที่ฝ่ายไทยกลับเป็นฝ่ายดำเนินการอยู่ฝ่ายเดียว เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งกลับถูกฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นการลุกล้ำอธิปไตย นายพิชิตจึงตั้งคำถามว่าเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ปฏิบัติตาม GBC แล้ว การประชุม JBC จะมีความหมายอะไร

ประชุม JBC กระทรวงการต่างประเทศ
การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย กัมพูชา หรือ JBC สมัยวิสามัญ

นายพิชิต กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยควรมีท่าทีที่ แข็งกร้าวและชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ควรทำเหมือนเป็นผู้ร้องขอให้กัมพูชามาร่วมเจรจา เพราะท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ที่เคยประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่เต็มใจในการเจรจาหยุดยิงสะท้อนถึงความไม่จริงใจในการเจรจา ซึ่งฝ่ายไทยไม่ควรหลงเชื่อและไม่ควรปล่อยให้การเจรจากลายเป็นเครื่องมือถ่วงเวลา

นายพิชิต ยังยกตัวอย่างว่า แม้จะมีการประชุมในระดับแม่ทัพ ระดับรัฐมนตรี หรือแม้แต่ในระดับ GBC และ JBC หลายครั้ง แต่ไม่เคยมีการปฏิบัติจริงตามมติที่ประชุม ทำให้ประชาชนไทยรู้สึกเหมือนถูกหลอกซ้ำทุกครั้งที่มีการเจรจา เพราะผลที่ได้มีเพียงคำประกาศ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดในพื้นที่จริง

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า การประชุมในลักษณะนี้ อาจเป็นเพียงละครทางการทูตที่จัดขึ้นเพื่อสร้างภาพถึงกระบวนการสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมสันติภาพระดับนานาชาติที่จะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม ซึ่งมีรายงานว่านายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเชิญผู้นำหลายประเทศเข้าร่วมและเชิญประธานาธิบดีติมอร์–เลสเตเป็นสักขีพยาน นายพิชิต เห็นว่า หากการประชุมนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการปฏิบัติจริงจากกัมพูชา ก็จะเป็นเพียง สันติภาพจอมปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อผลทางการเมืองเท่านั้น

คปท. ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี
คณะประชาชนปกป้องประเทศไทย หรือ คปท. เรียกร้องให้ทบทวนการประชุม JBC ในครั้งนี้

นายพิชิต มองว่า การเจรจาจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อกัมพูชาแสดงความจริงใจ โดยเฉพาะการดำเนินการตามข้อตกลง GBC ก่อน ไม่ใช่เปิดโต๊ะเจรจาใหม่ทั้งที่เงื่อนไขเดิมยังไม่ถูกปฏิบัติ ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลไทยยอมให้กัมพูชาใช้การประชุมเป็นเครื่องมือทางการเมือง

นายพิชิต ย้ำว่า คปท.เห็นด้วยกับหลักการของกลไกการเจรจา ไม่ว่าจะเป็น GBC หรือ JBC เพราะถือเป็นช่องทางทวิภาคีที่จำเป็น แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ไม่ใช่แค่การประชุมต่อเนื่องทุกเดือนโดยไม่มีการปฏิบัติจริง เพราะนั่นเท่ากับการใช้การเจรจาเป็นเพียงเครื่องมือถ่วงเวลา ซึ่งมีการประชุมได้ แต่ต้องมีการบังคับใช้มติประชุมด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชนและเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณทางเข้าโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่จัดประชุม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด รวมถึงมีการดูแลความปลอดภัยภายในบริเวณโรงแรม เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ