จากกระแสดรามา กรณี “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” ของ กัน จอมพลัง หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ที่มีกระแสข่าวว่าไม่มีชื่อ "กัน จอมพลัง" เป็นประธาน หรือ คณะกรรมการในมูลนิธิฯ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก
ล่าสุด กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ก่อตั้ง และคิดชื่อมูลนิธิฯ เอง และเอกสารการก่อตั้งก็ต้องเป็นชื่อของตน สำหรับคณะทำงานที่เข้ามาดำเนินงานนั้นเป็น "ทีมบริหาร" โดยอธิบายถึงเหตุผลที่ตนเองไม่ได้มีชื่อเป็นประธานหรือกรรมการมูลนิธิฯ ว่า
เป็นไปตามความตั้งใจที่ต้องการให้องค์กรขับเคลื่อนด้วย "ระบบ" และสามารถดำเนินงานต่อไปได้แม้ในวันที่ไม่มีตนอยู่แล้ว "ผมเป็นผู้ก่อตั้ง ผมเป็นคนคิดชื่อมูลนิธิ การทำเอกสารก่อตั้งต้องเป็นชื่อผม" กัน จอมพลัง กล่าว
กัน จอมพลังเปิดเผยต่อว่า ในวันนี้แค่ผมลงมาทำหน้างานยังมีคนตั้งเรื่องขึ้นมาดิสเครดิตผม ทำไมผมถึงบอกว่าดิสเครดิต การที่ผมไม่ได้เป็นชื่อเป็นประธานหรือกรรมการมูลนิธิ ไม่ได้ผิดกฎหมาย ผมลองตั้งคำถามกลับว่า ถ้าสมมุติผมตายไป ต่อไปคนที่มารับเป็นประธานกรรมการต่อคือไม่โปร่งใสเลยหรอ? วันนึงที่ไม่มีผมอยู่แล้ว ก็ยังสามารถช่วยคนได้ต่อไป ความตั้งใจคือเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นองค์กรต้องใช้ระบบเป็นควบคุม ต้องเป็นคนที่มีความชำนาญ ที่สามารถดูแลบริหารองค์กรให้เดินหน้าได้เข้ามาทำ ไม่ใช่แค่ผม ที่ลงพื้นที่ก็หมดเวลาแล้ว
เช่นในตอนนี้ ที่ผมกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือชายแดน มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ก็ยังขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือเด็ก แต่กลับมาตั้งคำถามว่าผมไม่โปร่งใสหรือเปล่านี่มันแปลกมาก พร้อมยืนยันว่าตนเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ การบริหารแบบนี้ไม่ใช่แค่ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” มูลนิธิใหญ่ๆ ระดับประเทศหลายมูลนิธิ ก็ใช้ระบบบริหารเดียวกัน และที่บอกว่า กัน จอมพลัง ให้ยืมชื่อนั้นไม่ใช่ความจริง ผมเป็นผู้ก่อตั้ง ผมเป็นคนคิด
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การที่ กัน จอมพลัง ร่วมก่อตั้งและใช้ชื่อ “กันจอมพลังช่วยสู้” เป็นชื่อมูลนิธิ แต่ที่ไม่มีชื่อของกันเป็นประธานหรือคณะกรรมการ เพราะว่าวันหนึ่งถ้าพี่ไม่อยู่แล้วมันจะมีคนอื่นเข้ามารับแต่งแหน่องในรอยต่อตรงนี้ได้ รวมถึงการตรวจสอบอะไรมันจะโปร่งใสมากขึ้นกว่าเดิม?
กัน จอมพลัง เผยว่าถูกต้อง เพราะชื่อ กัน จอมพลัง เชื่อเลยว่าหลายคนมองว่าเป็นชื่อแห่งการช่วยเหลือ ถ้าสมมติไม่มีกัน จอมพลัง อยู่ แต่ชื่อของกัน จอมพลังยังช่วยเหลือคนได้ ให้มันดำเนินต่อไปสิคนครับ และการที่ไม่มีผมไปอยู่มันเป็นการตรวจสอบที่ดีไม่ใช่หรือ? และไม่ใช่ผมคนเดียวที่ทำแบบนี้ มูลนิธิระดับประเทศหลายมูลนิธิก็ทำแบบนี้