พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 โพสต์เฟซบุ๊ก เผยภาพปราสาทตาควายเมื่อปี 2554 ที่ตนเคยถ่ายภาพกับทหารกัมพูชาและสื่อมวลชนไทย รวมถึงภาพกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับชาวบ้านบริเวณดังกล่าว
โดยขณะนั้น พล.ต.ณัฏฐ์ ใส่ชุดทหารพราน ยืนถ่ายภาพกับทหารกัมพูชาที่ปราสาทตาควาย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 หรือ เมื่อ 14 ปี ที่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีภาพของชาวบ้านที่ช่วยกันก่อสร้างลานประดิษฐานพระพุทธเมตตา รวมภาพพิธีบวงสรวงพระพุทธเมตตาด้วย
รวมถึงยังมีภาพที่ถ่ายร่วมกับสื่อมวลชนของไทย บริเวณหน้าปราสาทอีกด้วย ทำให้มีผู้มาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น “ถ้าพี่ไปรบ ผมขอไปรบด้วยครับ”
“เราต้องเอากลับมาคืนครับ...จ่าโก๊ะจะไม่ตายฟรีครับ นาย..ทหารเกษียณพร้อมทำงาน ถ้า กำลังพลขาดแคลน” “เสียดายต้องมาเสียแผ่นดินให้กับกัมพูชาจริง ๆ หรือ มีโอกาสกลับมาเป็นแผ่นดินเราอีกครั้งไหม สงสารทหารเอาหยาดเหงื่อแรงกายเข้าสุดท้ายทำไมมาลงเอยแบบนี้คิดแล้วจุกในอกนํ้าตาจะไหลออกแบบอธิบายไม่ออก”
“เห็นภาพนี้แล้ว จุกอยู่ในอก ครับพูดไม่ออก สงสารจับใจ” และ “ผมเชื่อฝีมือท่านรองครับ ปราสาทตาควายเราต้องได้คืน และอีกหลายๆที่ ในเขตรับผิดชอบกองทัพภาคที่ 2 ครับผม ลูกน้องเก่าเชื่อมือท่านครับ”
ขณะที่ เฟซบุ๊กเพจ การทูตและการทหาร Military & Diplomacy โพสต์ข้อความระบุว่า สถานะของปราสาทตาควายตอนนี้สามารถสรุปได้ง่าย ๆ ว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายครอบครองพื้นที่ในทางพฤตินัย (De facto) ต่อให้ยังเจรจาตกลงเส้นเขตแดนในทางกฎหมายหรือนิตินัย (De jure) ไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ตอนนี้คือทหารกัมพูชายึดครองตัวปราสาทอยู่
ทีนี้ ในเมื่อกัมพูชายังยึดครองปราสาทตาควายแค่ในทางพฤตินัย (ต่างจากปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกหรือ ICJ ตัดสินให้ "ตัวปราสาท" เป็นของกัมพูชา) ดังนั้น ในอนาคตไทยยังมีโอกาสยึดปราสาทตาควายกลับมาได้ ไม่ว่าจะด้วยการเจรจาหรือว่ารอให้เกิดปะทะครั้งต่อไปแล้วใช้กำลังทหารยึดคืนมาก็ตาม ดังนั้นถึงจะน่าเจ็บใจแต่ก็ต้องอดทนรอโอกาส
ซึ่งในช่วงเวลาหลังจากนี้กัมพูชาก็คงพยายามหาข้ออ้างในการยึดครองปราสาทตาควายต่อไปอย่างถาวร คนไทยควรช่วยกันหลีกเลี่ยงการให้ความชอบธรรมกับกัมพูชาโดยเฉพาะเรื่องที่อาจเข้าข่าย "กฎหมายปิดปาก" แบบที่เคยเกิดขึ้นกับปราสาทพระวิหาร
เช่น ปราสาทตาควายนี้เชื่อว่าหลายคนคงยังอยากไปเที่ยว อยากไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าไปเที่ยวโดยเข้าจากฝั่งประเทศกัมพูชาก็เท่ากับให้ความชอบธรรมกับกัมพูชานำไปอ้างได้ว่าคนไทยยอมรับว่าปราสาทตาควายเป็นของกัมพูชา
ดังนั้น คนไทยควรช่วยกันอดทนรอจนกว่าจะยึดปราสาทตาควายกลับมาได้แล้วค่อยไปเที่ยวโดยเข้าจากทางฝั่งประเทศไทย อาจจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีไม่รู้แต่ผมคิดว่าคุ้มค่าที่จะรอ