โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาเผย หน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทยและกัมพูชา เตรียมประเมินพื้นที่นำร่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน ระหว่างจังหวัดบันเตียเมียนเจยและจังหวัดสระแก้ว ร่วมกัน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานร่วมกัมพูชา-ไทยและคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ย้ำการดำเนินงานต้องยึดหลักเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทั้ง 2 ประเทศ
พลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา เปิดเผยว่า ทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทยและกัมพูชาเตรียมประเมินพื้นที่นำร่องสำหรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเขตพื้นที่เป้าหมายสำคัญ
ตลอดแนวชายแดนระหว่างจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา และจังหวัดสระแก้วของไทย แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่คณะทำงานประสานงานร่วมกัมพูชา – ไทย (JTCF) ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติของกัมพูชา (CMAC) และศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติของไทย (TMAC) จัดการประชุมเชิงเทคนิคเพื่อประเมินพื้นที่นำร่องดังกล่าว เมื่อวานนี้
สำหรับพื้นที่นำร่องในการทดลองเก็บกู้ทุ่นระเบิดระหว่าง 2 ประเทศ ครอบคลุม ตำบลโอเบยเจือน (Ou Bei Choan) อำเภอโอโจรว (Ou Chrov) จังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชาและตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้วของไทย ตามมติที่ได้จากการประชุมคณะทำงานประสานงานร่วมกัมพูชา – ไทย (JTCF) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา
พลโท มาลี โสเจียตา เสริมว่า การประชุมในครั้งนี้มีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เข้าร่วมด้วย เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องและเป็นไปตามหลักการและมาตรฐานการปฏิบัติงานที่คณะทำงานประสานงานร่วมกัมพูชา – ไทย (JTCF) เห็นชอบร่วมกัน
นอกจากนี้โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชายังย้ำว่า การปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในครั้งนี้ จะต้องยึดมั่นในหลักการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างเคร่งครัดและอยู่บนจิตวิญญาณของความเคารพซึ่งกันและกันด้วย