คาดไทยตอนบนฝนเบาลง 10 - 12 พ.ย. นี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสภาพอากาศวันนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือและประเทศเมียนมา ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และตาก สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้
คาดการณ์ว่า วันที่ 10 - 12 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนไปปกคลุมประเทศเมียนมา
ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ เนื่องจากยังคงมีลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง
สถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน 9 พ.ย. 68
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำรวม 89% ของความจุเก็บกัก (71,444 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 81% (47,323 ล้าน ลบ.ม.) การประเมินสถานการณ์แหล่งน้ำขนาดใหญ่ แหล่งน้ำขนาดกลาง ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% จำนวน 20 แห่ง ดังนี้ ภาคกลาง 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคตะวันตก 6 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง
ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ จุดที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% เช่น เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนกิ่วลม, เขื่อนกิ่วคอหมา, เขื่อนแควน้อย, เขื่อนทับเสลา และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เขื่อนภูมิพล ปริมาตรน้ำ 13,266 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 13,462 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ระบาย 513.31 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาตรน้ำ 9,276 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 9,510 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 98% ระบาย 115.97 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนกิ่วลม ปริมาตรน้ำ 94 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 106 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 88% ระบาย 50.71 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนกิ่วคอหมา ปริมาตรน้ำ 191 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 170 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 112% ระบาย 83.91 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนแควน้อย ปริมาตรน้ำ 946 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 939 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101% ระบาย 60 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาตรน้ำ 946 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 960 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ระบาย 350.46 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนทับเสลา ปริมาตรน้ำ 137 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 160 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 86%
พื้นที่ประสบอุทกภัยวันที่ 8 พ.ย. 68 ทั้งหมด 15 จังหวัด 69 อำเภอ ได้แก่
- จ.สุโขทัย (อ.ศรีสัชนาลัย เมืองฯ ทุ่งเสลี่ยม ศรีสำโรง สวรรคโลก กงไกรลาศ และบ้านด่านลานหอย)
- จ.พิจิตร (อ.สามง่าม โพทะเล โพธิ์ประทับช้าง และบึงนาราง)
- จ.พิษณุโลก (อ.บางระกำ)
- จ.กำแพงเพชร (อ.เมืองฯ คลองขลุง ขาณุวรลักษบุรี ปางศิลา พรานกระต่าย และคลองลาน)
- จ.นครสวรรค์ (อ.เมืองฯ ชุมแสง พยุหะคีรี และโกรกพระ)
- จ.อุทัยธานี (อ.เมืองฯ สว่างอารมณ์ บ้านไร่ ลานสัก ห้วยคต ทัพทัน และหนองฉาง)
- จ.สิงห์บุรี (อ.เมืองฯ อินทร์บุรี และพรหมบุรี)
- จ.ชัยนาท (อ.วัดสิงห์ มโนรมย์ เมืองฯ และสรรพยา)
- จ.อ่างทอง (อ.เมืองฯ ป่าโมก ไชโย และวิเศษชัยชาญ)
- จ.สุพรรณบุรี (อ.เมืองฯ บางปลาม้า สองพี่น้อง และอู่ทอง)
- จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา บางปะหัน และบางซ้าย)
- จ.ปทุมธานี (อ.เมืองฯ และสามโคก)
- จ.นนทบุรี (อ.เมืองฯ บางกรวย และปากเกร็ด)
- จ.นครปฐม (อ.บางเลน สามพราน นครชัยศรี กำแพงแสน ดอนตูม และเมืองฯ)
- จ.อุบลราชธานี (อ.เมืองฯ วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร สว่างวีระวงศ์ ตระการพืชผล และดอนมดแดง)
ต.หัวเวียง-บ้านกระทุ่ม-เสนา คงการระบายน้ำที่ 120 ลบ.ม.ต่อวินาที
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast พื้นที่ จ.ลำพูน พบว่ามีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ลี้ และยังคงตกต่อเนื่อง ขอให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงริมห้วย/คลอง/ลำน้ำ ที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา
โดยเฉพาะ ต.ป่าไผ่ ต.แม่ตืน และพื้นที่ใกล้เคียง โดยขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงข้างต้น ยกของขึ้นที่สูง ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
กรมชลประทาน ลงพื้นที่ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาว่า เขื่อนเจ้าพระยา เป็นอาคารชลประทานที่สำคัญในการบริหารน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก จะทำหน้าที่ในการรับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลหลากลงมาด้วยการใช้พื้นที่ว่างบริเวณตอนบนหน่วงน้ำเอาไว้ และตัดยอดน้ำจากการรับน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างเต็มศักยภาพให้มากที่สุด ก่อนที่ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจะทยอยระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ตอนล่าง
สำหรับข้อเรียกร้องที่ขอให้กรมชลประทานไม่ระบายน้ำเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ ต.หัวเวียง และ ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น กรมชลประทาน จะไม่รับน้ำเพิ่มเข้ามาในพื้นที่ทางแม่น้ำน้อยมากไปกว่าปัจจุบัน
โดยจะคงการระบายไว้ในเกณฑ์ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบให้กับพื้นที่ดังกล่าว และจะมีการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการระบายน้ำรายวันให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำฝน-น้ำท่า เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุดต่อไป
สามารถติดตามรายละเอียดแบบเรียลไทม์ได้ที่ กรมชลประทาน และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ