ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล (บก.สส.น.) ได้เข้าจับกุม นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจคนดัง บริเวณย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ ตามหมายจับในคดีเก่า คดีอุ้มชาวไต้หวัน
โดยภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายสันธนะส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของคดีเพิ่มเติม
สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากนายสันธนะและพวก ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน เมื่อปี 2564 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เสียหาย เป็นที่แน่ชัดว่าทำผิดจริง จึงนำหมายศาลเข้าจับกุม
เบื้องต้น ตำรวจสืบสวนพบเบาะแสว่า นายสันธนะหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ พหลโยธิน ซอย 8 แต่จากการเข้าตรวจสอบ ไม่พบตัวและต่อมา พบว่านายสันธนะมาปรากฏตัวที่คอนโดหรู ย่านถนนวิทยุ ซึ่งในขณะที่ตำรวจนำหมายศาลเข้าจับกุม ขณะนั้นนายสันธนะกำลังประชุมอยู่กับลูกน้องบริเวณชั้น 2 ของคอนโด โดยมีท่าทางตกใจ ที่กำลังตำรวจจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งหน่วยอรินทรราชมาดูแลความปลอดภัย
“สันธนะ” ลั่นถูกหักหลัง ยันไม่เกี่ยวเว็บพนัน มั่นใจได้ประกันตัวแน่ไม่กังวล
นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ถูกตำรวจสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ควบคุมตัวมาที่ สน.ทองหล่อ หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับในฐานความผิดร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันเรียกค่าไถ่ และข่มขืนใจผู้อื่น โดยคดีนี้ศาลออกหมายจับทั้งหมด 8 คน แต่สามารถจับกุมได้แล้ว 4 คน รวมถึงนายสันธนะ ซึ่งถูกจับที่โรงแรมหรูกลางกรุง และจากการตรวจค้นพบอาวุธปืน 4 กระบอก
ทันทีที่ตำรวจควบคุมตัวมาถึง สน.ทองหล่อ นายสันธนะได้เปิดใจเสียงแข็งกับสื่อมวลชนว่า ตนเองถูกหักหลังจากฝ่ายการเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากคดีดังกล่าวผ่านมาแล้ว 4 ปี และตนไม่ได้หลบหนี อีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม
สำหรับกรณีนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ตนถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน ซึ่งอัยการมีคำสั่งฟ้องและให้ตนไปมอบตัวเพื่อต่อสู้คดี โดยอยู่ระหว่างทำหนังสือขอความเป็นธรรมจากอัยการ แต่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กลับไปขอศาลออกหมายจับ โดยยืนยันว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน มีเพียงการชี้เป้าให้เจ้าหน้าที่ว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเว็บพนันบ้าง รวมถึงคนในฝ่ายการเมือง
นายสันธนะกล่าวต่อว่า แม้จะมีการโยงถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. แต่ตนไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะตอนนี้เรื่องราวซับซ้อนและอาจมีการกลั่นแกล้งหรือตัดตอนบางประเด็น ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นคดีเก่า ตนใช้สิทธิ์ประกันตัวได้ และไม่กังวลอะไร แต่เกรงว่าจะมีความยุ่งยากทางการเมืองตามมา เพราะจะไม่ยอมให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซง พร้อมตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้สั่งการในเรื่องนี้ พร้อมระบุว่า หากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดศึกกับตนเอง จะไม่เป็นผลดี เพราะ “เปิดศึกกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ คนเดียวก็พอแล้ว อย่าเปิดศึกกับผมอีกเลย เดี๋ยวจะทำให้สังคมวุ่นวาย”
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเปิดศึกกับตนเองใช่หรือไม่ นายสันธนะย้อนถามกลับว่า “ใช่หรือไม่?” พร้อมย้ำว่า ตนไม่คิดหลบหนี เพราะหมายจับออกตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หากโทรศัพท์มาแจ้งตนเองก็พร้อมเข้ามามอบตัว ไม่จำเป็นต้องนำกำลังตำรวจมามากขนาดนั้น “เหมือนไปถ่ายทำละคร” พร้อมย้ำอีกครั้งว่า คดีนี้เป็นคดีเก่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหากัน