Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ปี 2567 คนไทยกว่า 60% โดนสแกมเมอร์หลอก สูญเกินแสนล้านบาท!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รายใหม่เผย ปี 2567 “คนไทยเกินครึ่งประเทศ” ถูกสแกมเมอร์หลอก มูลค่าความเสียหายแค่ปีเดียวมากกว่า 1 แสนล้านบาท! ซ้ำกระทบเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

กลุ่มพันธมิตรต่อต้านการหลอกลวงทั่วโลก (Gasa) เผยแพร่รายงาน ซึ่งเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีคนไทย 6 ใน 10 คนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1.1 แสนล้านบาทในเวลาเพียงปีเดียว สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำลายความเชื่อมั่นและคุกคามเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจุบัน การหลอกลวงของมิจฉาชีพได้ก้าวข้ามการฉ้อโกงทางโทรศัพท์แบบเดิม ๆ ไปไกลกว่านั้นแล้ว โดยสามารถแบ่งการหลอกลวงออกเป็น 2 ประเภทหลัก

ปี 2567 คนไทยกว่า 60% โดนสแกมเมอร์หลอก สูญเกินแสนล้านบาท Freepik/user26823545
ปี 2567 คนไทยกว่า 60% โดนสแกมเมอร์หลอก สูญเกินแสนล้านบาท

ประเภทแรกคือการหลอกลวงทางโทรศัพท์ ซึ่งใช้ความกลัวเป็นอาวุธ อาชญากรปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สร้างความตื่นตระหนกและกดดันให้เหยื่อโอนเงินหรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย

ประเภทที่สองคือการหลอกลวงทางดิจิทัล ซึ่งใช้ความหวังและความโลภของเหยื่อเป็นอาวุธ มิจฉาชีพเหล่านี้ดำเนินการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ตั้งแต่โซเชียลมีเดียไปจนถึงแอปฯ หาคู่ หลอกลวงเหยื่อด้วยสายสัมพันธ์ทางอารมณ์ (โรแมนซ์สแกม) หรือการหลอกลงทุนปลอม ๆ โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูง

ผู้เชี่ยวชาญยังบอกว่า การหลอกลวงที่สร้างความเสียหายมากที่สุด 3 ประเภททุกวันนี้ ได้แก่

  • การหลอกให้รัก – มิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือและน่าดึงดูด สร้างความไว้วางใจ แล้วจึงสร้างเรื่องราวเพื่อชักชวนให้ลงทุนหรือขอเงิน
  • การหลอกลงทุน – นิวยอร์กไทมส์เรียกการหลอกลวงนี้ว่า “การเชือดหมู” การหลอกลวงระยะยาวเหล่านี้จะล่อลวงเหยื่อให้เข้าสู่แพลตฟอร์มการลงทุนปลอม มิจฉาชีพจะอนุญาตให้ถอนเงินจำนวนเล็กน้อยในตอนแรก ก่อนที่จะหายตัวไปพร้อมกับเงินลงทุนทั้งหมดของเหยื่อ เครือข่ายเหล่านี้จำนวนมากเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมที่ปฏิบัติการจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย
  • การหลอกด้วยงาน – เหยื่อจะได้รับข้อเสนองานออนไลน์ที่ง่ายและให้ค่าตอบแทนสูง หลังจากได้กำไรเพียงเล็กน้อยในช่วงแรก พวกเขาจะถูกกดดันให้ลงทุนเพิ่ม แต่กลับพบว่าไม่สามารถถอนเงินได้ในภายหลัง

รายงานระบุว่า การเพิ่มขึ้นของการหลอกลวงสะท้อนให้เห็นในรายงานของตำรวจ และปัจจุบันถูกอธิบายว่าเป็น “มะเร็ง” ที่กัดกร่อนความเชื่อมั่นของสาธารณชนและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ

รายงานทั่วโลกเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และการฉ้อโกงออนไลน์ได้จุดประกายความกลัวในหมู่นักเดินทางระหว่างประเทศ และเริ่มบั่นทอนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการเดินทางที่ปลอดภัย

จากข้อมูลของ Gasa พบว่า คนไทยสูญเสียเงินเฉลี่ย 12,956 บาทต่อคนจากการหลอกลวงในปี 2567 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 110,000 ล้านบาททั่วประเทศ

นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตือนว่า ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลง 6% เหลือ 33.4 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 5% เหลือ 1.51 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับรายงานการหลอกลวงและการค้ามนุษย์

การลดลงอย่างมากเกิดขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง 35% แม้ว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดและปัจจัยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทย

สิ่งนี้ตอกย้ำถึงการสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงในหมู่นักเดินทางต่างชาติ

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การแพร่ระบาดของการหลอกลวงในประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นปัญหาอาชญากรรมภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นวิกฤตชื่อเสียงของชาติ ซึ่งบั่นทอนสถานะความปลอดภัยและการต้อนรับของประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็ฉุดรั้งเศรษฐกิจให้ตกอยู่ในความไม่แน่นอนมากขึ้น

 

เรียบเรียงจาก The Straits Times

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ