อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน ประจำวันที่ 14 พ.ย. 68

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ - กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

คาดหลัง 16-19 พ.ย. อุณหภูมิลดลงอีก

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงาน สภาพอากาศวันนี้ ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคเหนือ ส่งผลให้มีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลางด้านตะวันตก สำหรับภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน ประจำวันที่ 14 พ.ย. 68 ช่างภาพพีพีทีวี
อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน ประจำวันที่ 14 พ.ย. 68

คาดการณ์ว่า วันที่ 16 – 19 พ.ย. 68 ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดกับมีลมกระโชกแรงขึ้นในระยะแรก และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอีกกับมีลมแรงส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน 14 พ.ย. 68

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ 483 แห่ง 72,065 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 89% มีปริมาณน้ำใช้การ 47,942 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83% และสามารถรับน้ำได้อีก 4,441 ล้าน ลบ.ม.

โดยจุดที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% เช่น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก, เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์, เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง, เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง, เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก, เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.สระบุรี

ส่วนสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในอ่าง 4 อ่างรวม 24,590 ล้าน ลบ.ม. (99%) ปริมาณน้ำใช้การ 17,894 ล้าน ลบ .ม. (98%) น้ำไหลเข้า 82.15 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 75.79 ล้าน ลบ.ม.

อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน ประจำวันที่ 14 พ.ย. 68 พีพีทีวี
อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน ประจำวันที่ 14 พ.ย. 68

เขื่อนเจ้าพระยาคงการระบายน้ำที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที

วานนี้ (13 พ.ย. 68) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนภูมิพลปัจจุบัน (ข้อมูลวันที่ 13 พ.ย. 68) เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 13,406 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99.59% ของความจุเก็บกัก

โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ จำนวน 65 ล้าน ลบ.ม. และระบายน้ำ 55 ล้าน ลบ.ม./วัน ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ สทนช. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันบริหารจัดการน้ำในเขื่อนภูมิพล ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดอาคารระบายน้ำล้น (Spillway)

เขื่อนภูมิพลได้มีการระบายน้ำล่วงหน้านับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68 5,300 ล้าน ลบ.ม. ทำให้มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำได้อย่างเพียงพอ โดยหลังจากวันที่ 13 พ.ย. 68 สถานการณ์น้ำของเขื่อนภูมิพลจะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการกำหนดแผนการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล โดยจะทยอยลดลงจาก 55 ล้าน ลบ.ม./วัน เหลือเพียง 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ภายในวันที่ 22 พ.ย. 68

นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการบริหารจัดการน้ำเขื่อนต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีการลดการระบายน้ำที่เขื่อนสิริกิติ์ และการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำสะแกกรังควบคู่กันไป

รวมทั้งได้มีการลดการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็น 136 ลบ.ม./วินาที และเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รวมกัน 10 ลบ.ม. /วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาไม่เพิ่มขึ้นและไม่จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ

ปัจจุบัน เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำ2,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้กำชับให้คงอัตราการระบายน้ำดังกล่าว

ภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน 17-22 พ.ย. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงวันที่ 17 – 22 พ.ย. 68 ดังนี้

  1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเนื่องจากระบายไม่ทัน บริเวณ จ.ชุมพร (อ.สวี ทุ่งตะโก พะโต๊ะ ละแม และหลังสวน) จ.สุราษฎร์ธานี (อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ชัยบุรี พระแสง เวียงสระ กาญจนดิษฐ์ ดอนสัก บ้านนาสาร ท่าฉาง และเกาะสมุย และเกาะพงัน) จ.ภูเก็ต (อ.เมืองภูเก็ต กะทู้ และถลาง) จ.นครศรีธรรมราช (อ.เมืองนครศรีธรรมราช เชียรใหญ่ ชะอวด หัวไทร เฉลิมพระเกียรติ ปากพนัง พระพรหม สิชล นบพิตำ ท่าศาลา ขนอม และช้างกลาง) จ.ตรัง (อ.เมืองตรัง ห้วยยอด นาโยง ปะเหลียน และย่านตาขาว) จ.พัทลุง (อ.กงหรา ตะโหมด ป่าบอน ศรีนครินทร์ ศรีบรรพต และป่าพะยอม) จ.สตูล (อ.เมืองสตูล ควนโดน ควนกาหลง และท่าแพ) จ.สงขลา (อ.เมืองสงขลา ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ สิงหนคร รัตภูมิ บางกล่ำ ควนเนียง หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง สะเดา นาหม่อม จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย) จ.ปัตตานี (อ.เมืองปัตตานี หนองจิก โคกโพธิ์ แม่ลาน ยะรัง ยะหริ่ง มายอ ทุ่งยางแดง ปะนาเระ กะพ้อ สายบุรี และไม้แก่น) จ.ยะลา (อ.เมืองยะลา กาบัง ยะหา กรงปินัง รามัน บันนังสตา และธารโต) จ.นราธิวาส (อ.เมืองนราธิวาส บาเจาะ รือเสาะ ยี่งอ ศรีสาคร ระแงะ ตากใบ เจาะไอร้อง จะแนะ สุคิริน สุไหงปาดี สุไหงโก-ลก และแว้ง)
  2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก และอ่างเก็บน้ำที่มีสถิติปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากกว่าความจุเก็บกัก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงน้ำล้นอ่างฯ และส่งผลกระทบให้น้ำท่วมบริเวณด้านท้ายน้ำ
  3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำหลังสวน แม่น้ำตาปี คลองชะอวด คลองลำ คลองท่าแนะ แม่น้ำตรัง แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี

สามารถติดตามรายละเอียดแบบเรียลไทม์ได้ที่ กรมชลประทาน และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ