เรียกได้ว่าเป็นการปรากฏตัวสุดตื่นเต้นสำหรับ “ทนายไพศาล” ทนายชื่อดัง ที่เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์พร้อมสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเผยว่าตนไม่เคยเป็นส้มตั้งแต่แรก แต่เป็น “ฟ้า หัวใจสีฟ้า” เพียงแต่ในช่วงหนึ่งเปลี่ยนไปเลือกพรรคส้ม เพราะรู้สึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่รักษาอุดมการณ์ แต่กลับมาเพราะเชื่อในอุดมการณ์ “ชวน–อภิสิทธิ์” และประกาศจุดยืน “การเมืองสุจริต ไม่เอาเทา”
สำหรับ นายไพศาล เรืองฤทธิ์ หรือ “ทนายไพศาล” เคยบอกเล่าเรื่องราวประวัติส่วนตัวในรายการ Life Story ทาง PPTV HD36 โดยระบุว่า ตนเกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ ในครอบครัวยากจน พ่อทำงานเป็นยามในกรมประชาสงเคราะห์ ส่วนแม่ทำอาชีพขายผัดไทย
ชีวิตวัยเด็กของเขาแม้จะมีความสนุกสนานแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย เมื่อพ่อเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะที่เขายังเป็นเด็ก ตอนนั้นเขาใส่เสื้อช็อปถือโกศพ่อแล้วจะไปนอนวัดสุทัศน์ แต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้นอน เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่พลิกชีวิตและสอนให้เขาเข้มแข็งตั้งแต่ยังเด็ก
สำหรับการศึกษา ทนายไพศาล ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) สาขานิติศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ไม่ต้องเข้าเรียน แค่ต้องอ่านหนังสือสอบ ทำให้เขาสามารถทำงานควบคู่ไปด้วย
ช่วงนั้น ทนายไพศาล ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในธุรกิจบัณฑิต พอจบนิติศาสตร์ มสธ. ก็ไปสอบตั๋วทนาย จึงเริ่มเป็นทนาย แม้ช่วงแรกยังไม่ได้รับคดีมากนัก แต่ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนสามารถทำงานเป็นทนายอย่างเต็มตัว
ตั้งแต่เด็ก ทนายไพศาล มีความฝันอยากเป็นนักการเมือง เพราะเติบโตมาในครอบครัวยากจนและเห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน เมื่อได้ศึกษาในระดับปริญญาเอกด้านสื่อสารการเมือง ทำให้เขาเข้าใจว่าการเมืองคือเรื่องของ “อำนาจ” เพื่อจัดสรรทรัพยากร ไม่ใช่เพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
เขามักถูกถามว่าทำไมในฐานะทนายถึงช่วยประชาชนได้ ทั้งที่ไม่มีอำนาจรัฐ ซึ่งทำให้เขาตระหนักว่าหากอยากช่วยผู้คนอย่างจริงจัง ต้องมีอำนาจในการสั่งการและแก้ปัญหา
ทนายไพศาล เผยว่า ตั้งใจว่าหากมีโอกาสจะลงการเมือง อยากให้ประเทศเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิและเสรีภาพ ใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกัน และใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างเป็นธรรม เขามองว่าการเมืองคือหนทางที่จะตอบแทนคุณแผ่นดินและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ นี่คือความฝันปลายทางสูงสุดของเขา
นอกจากนี้ ชีวิตของทนายไพศาลยังมีช่วงสำคัญ คือ เหตุการณ์ที่เขาตาบอดชั่วคราว ตอนนั้นเขามองไม่เห็นอะไรเลย แต่กลับเห็นแต่สิ่งที่เคยทำผิดไว้ในอดีต เหมือนกรรมย้อนกลับมาเตือน ทำให้ตระหนักถึงความผิดพลาดและคิดว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาทำดี เลยภาวนาว่าถ้าเห็นชัดขอกลับมาทำคุณประโยชน์ให้ชาติให้แผ่นดิน จากนั้นตาจึงกลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง