ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองช่วงแรก - ภาคใต้ฝนหนักขึ้น
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสภาพอากาศวันนี้ ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน
คาดการณ์ว่า วันที่ 17 – 20 พ.ย. 68 ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดกับมีลมกระโชกแรงขึ้นในระยะแรก และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอีกกับมีลมแรง
ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้
อัปเดตสถานการณ์น้ำ - ปริมาณน้ำในเขื่อน 16 พ.ย. 68
ปริมาณน้ำรวม 90% ของความจุเก็บกัก (72,149 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 83% (48,027 ล้าน ลบ.ม.) ส่วนสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในอ่าง 4 อ่างรวม 24,583 ล้าน ลบ.ม. (99%) ปริมาณน้ำใช้การ 17,887 ล้าน ลบ.ม. (98%) ลดลงจากวันก่อน 7 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 302 ล้าน ลบ.ม.
โดยจุดที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% เช่น เขื่อนภูมิพล จ.ตาก, เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์, เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง, เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง, เขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก, เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.สระบุรี โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เขื่อนภูมิพล ปริมาตรน้ำ 13,384 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 13,462 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ระบาย 636.57 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาตรน้ำ 9,322 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 9,510 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97% ระบาย 58.10 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนกิ่วลม ปริมาตรน้ำ 102 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 106.22 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 96% ระบาย 21.30 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนกิ่วคอหมา ปริมาตรน้ำ 198 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 170 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 116% ระบาย 11 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนแควน้อย ปริมาตรน้ำ 953 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 939 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 102% ระบาย 60 ลบ.ม./วินาที
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาตรน้ำ 923 ล้าน ลบ.ม. สามารถกักเก็บได้ 960 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 96% ระบาย 93.29 ลบ.ม./วินาที
ปรับลดระบายน้ำเขื่อนภูมิพล เป็น 50 ล้าน ลบ.ม. - 45 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับลดการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 68 จากเดิมระบายน้ำ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน เหลือ 50 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน และในวันที่ 17 พ.ย. 68 ปรับลดลงเหลือ 45 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน จากนั้นให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยขอให้รักษาระดับน้ำในเขื่อนตามความเหมาะสมซึ่งการปรับลดการระบายน้ำในครั้งนี้จะช่วยให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลดลงอีก 0.1- 0.15 เมตร
นอกจากนี้กรมชลประทานได้ดำเนินการผันน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกอย่างเต็มประสิทธิภาพ คาดว่าจะสามารถลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาให้เหลือประมาณ 2,400 - 2,700 ลบ.ม. ต่อวินาที ได้ในช่วงวันที่ 20 - 24 พ.ย. 68 ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ลดลงอีก 0.4 - 0.75 เมตร โดยทุกหน่วยงานกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลานาน
อัปเดตพื้นที่ประสบอุทกภัย
15 พ.ย. 68 เกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 13 จังหวัด 52 อำเภอ ได้แก่
- จ.สุโขทัย (อ.เมืองฯ และสวรรคโลก)
- จ.พิษณุโลก (อ.บางระกำ)
- จ.นครสวรรค์ (อ.เมืองฯ ชุมแสง พยุหะคีรี และโกรกพระ)
- จ.อุทัยธานี (อ.เมืองฯ สว่างอารมณ์ บ้านไร่ ลานสัก ห้วยคต ทัพทัน และหนองฉาง)
- จ.สิงห์บุรี (อ.เมืองฯ อินทร์บุรี และพรหมบุรี)
- จ.ชัยนาท (อ.วัดสิงห์ มโนรมย์ เมืองฯ สรรคบุรี และสรรพยา)
- จ.อ่างทอง (อ.เมืองฯ ป่าโมก ไชโย และวิเศษชัยชาญ)
- จ.สุพรรณบุรี (อ.เมืองฯ บางปลาม้า สองพี่น้อง และอู่ทอง)
- จ.พระนครศรีอยุธยา(อ.เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางปะหัน บ้านแพรก ลาดบัวหลวง มหาราช และบางซ้าย)
- จ.ปทุมธานี (อ.เมืองฯ และสามโคก)
- จ.นนทบุรี (อ.เมืองฯ บางกรวย และปากเกร็ด)
- จ.นครปฐม (อ.บางเลน สามพราน นครชัยศรี กำแพงแสน ดอนตูม และเมืองฯ)
- จ.อุบลราชธานี (อ.เมืองฯ วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร สว่างวีระวงศ์ ตระการพืชผล และดอนมดแดง)
สามารถติดตามรายละเอียดแบบเรียลไทม์ได้ที่ กรมชลประทาน และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ