Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

เตือน 13 จังหวัดภาคใต้ฝนตกหนัก ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปภ.เตือน 13 จังหวัดภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้ติดตามสภาวะอากาศ และพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 3 (342/2568) เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ระบุว่า ในช่วงวันที่ 17 - 23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย FB/กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM
ปภ.เตือน 13 จังหวัดภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 4 - 7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุม อ่าวไทย และภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร จึงขอแจ้งพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ดังนี้

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุณหภูมิลดลง ระหว่างวันที่ 17 - 23 พฤศจิกายน 2568

  • บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 17 - 23 พฤศจิกายน 2568

ภาคกลาง 2 จังหวัด 

  • จังหวัดเพชรบุรี
  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ภาคใต้ 13 จังหวัด

  • จังหวัดชุมพร
  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • จังหวัดพัทลุง
  • จังหวัดสงขลา
  • จังหวัดปัตตานี
  • จังหวัดยะลา
  • จังหวัดนราธิวาส
  • จังหวัดระนอง
  • จังหวัดพังงา
  • จังหวัดกระบี่
  • จังหวัดตรัง
  • จังหวัดสตูล

พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 19 - 23 พฤศจิกายน 2568

ภาคใต้ 7 จังหวัด 

  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ทุกอำเภอ)
  • ชุมพร (อำเภอเมืองชุมพร อำเภอปะทิว อำเภอสวี อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน และอำเภอละแม)
  • สุราษฎร์ธานี (อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา อำเภอท่าชนะ อำเภอท่าฉาง อำเภอพุนพิน อำเภอดอนสัก อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน)
  • นครศรีธรรมราช (อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอขนอม อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร)
  • สงขลา (อำเภอเมืองสงขลา อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอจะนะ และอำเภอเทพา)
  • ปัตตานี (อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอหนองจิก อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น)
  • จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเมืองนราชิวาส และอำเภอตากใบ)

 

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เตรียมพร้อมรับมืออากาศหนาวถึงหนาวจัด โดยประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในการดูแลรักษาสุขภาพจากอุณหภูมิที่ลดลง ส่วนจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่ภาคใต้ 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล เตรียมรับมือสถานการณ์ภัย โดยติดตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่แต่ละจุดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง

และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีฝนตกหนักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะ 7 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเล ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และพร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีหากเกิดสถานการณ์ขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THAI DISASTER ALERT" และหากความเดือดร้อนจากสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ