17 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าว PPTV สัมภาษณ์ นางมณี ฤทธิ์พะเนา เจ้าของที่ดินหลักเขตที่ 42-43 บ้านหนองหญ้าแก้ว กล่าวถึงกรณีกัมพูชาเลื่อนประชุมวางแผนปักหมุดชั่วคราว ว่า ตนเองก็คิดมาล่วงหน้าอยู่แล้วว่าทางกัมพูชาไม่มาแน่นอน ไม่เกินความคาดหมาย
ส่วนที่กัมพูชาเลื่อนไปประชุมในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย.) ก็มองว่าคงไม่มาและเลื่อนอีก รวมถึงไม่เชื่อใจทางกัมพูชา เพราะแม้กระทั่งลงนามสันติภาพแล้ว ก็ยังมีเหตุการณ์ก่อกวนเราแบบนี้อยู่ดี
อีกทั้งยังกังวลถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าไปวางหลักหมุดชั่วคราว และถึงแม้จะมีการวางหลักหมุดชั่วคราวเสร็จสิ้น ตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปทำกิน หากยังไม่สร้างรั้วกำแพง และมีทหารเฝ้าอยู่แนวหน้า
ซึ่งหากกัมพูชายังเลื่อนการวางหลักหมุดชั่วคราวอีก ชาวบ้านก็ยังลำบากกันอยู่แบบนี้ และไม่มั่นใจว่าทางกัมพูชาจะยิงอีกตอนไหน ซึ่งตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่ อยากให้จบที่รุ่นตนเอง ไม่อยากให้ไปถึงรุ่นลูกหลาน จะทำอะไรก็ทำให้จบ
นางมณี ยังบอกอีกว่า คนไทยใจดี แต่กัมพูชาเหลี่ยมเยอะ อยากให้รัฐบาลเด็ดขาดเพราะสงสารทหาร นานเท่าไหร่แล้วที่รบกัน ทหารไม่ได้กลับบ้านไปเห็นพ่อแม่ แล้วจะต้องเอากี่ขาหรืออีกกี่ศพถึงจะจบ
ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นแม่คน รู้สึกเห็นใจพ่อแม่ของทหาร นอนหลับกันหรือไม่ ต้องมาคอยพะวงว่าวันไหนจะมีสายโทรเข้ามาบอกว่าลูกตัวเองขาขาดหรือตาย ตนเองรู้สึกเจ็บปวดในใจ ทุกครั้งที่เปิดข่าวมาเห็นทหารขาขาดอีกแล้ว จึงอยากถามว่าจะต้องเอาอีกกี่ขาหรือลูกใครอีก ถ้าเป็นลูกท่านบ้างท่านจะมีความรู้สึกอย่างไร
นางมณี กล่าวอีกว่า “ไม่ต้องซื้อแล้วเรือดำน้ำ หรืออาวุธ ซื้อขาเทียมไปเลย เพราะเดี๋ยวก็มีอีก ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้”
ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ นางมณี ยกมือไหว้พร้อมเสียงสั่นเครือก่อนจะกล่าวว่า ขอร้องรัฐบาลและทุกหน่วยงาน สงสารทหารบ้างให้มันจบเสีย เหนื่อยที่ต้องนอนเฝ้าระวัง แต่ชาวบ้านยังได้นอนในบ้านหรือในห้อง แต่ทหารต้องนอนกลางดินกินกลางทรายคิดว่าทหารหลับสนิทหรือไม่ เพราะรัฐบาลไม่เด็ดขาดเสียที พร้อมทิ้งท้ายว่า “หากเกี่ยวข้าวจบ ให้เอาเลย”