นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ณ ศป.กฉ. ระบุว่า ศป.กฉ. เดินหน้าฟื้นฟู เยียวยา คู่ขนานกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังติดค้าง เพื่อนำเมืองหาดใหญ่กลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำให้ทางจังหวัดมีการทำแผนฟื้นฟูให้เป็นระบบ บูรณการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลมาที่กรมประชาสัมพันธ์เพื่อสรุปผลรายงานข้อมูลเผยแพร่ข่าวสารเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษก ศป.กฉ. และนางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษก ศป.กฉ. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุม สรุปได้ ดังนี้
- การช่วยเหลือผู้ที่ตกค้างยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มกำลังการผลิตอาหารเพื่อแจกจ่ายผู้ที่อยู่ในความดูแลของศูนย์พักพิงและผู้ที่ยังตกค้างในพื้นที่
- ภาคเอกชนที่อาสาขนสิ่งของไปช่วยเหลือเช่น แอร์เอเชีย เป็นต้น ได้งดเว้นในส่วนค่าบริการสนามบิน
- การสูบน้ำออกจากพื้นที่ ได้ประสานเครื่องสูบน้ำราว 280 เครื่อง เข้าประจำในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา และกระจายไปยังพื้นที่อื่น ๆ
- การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหาดใหญ่ ขณะนี้สามารถตั้งเครื่องจักรที่ผลิตน้ำได้แล้ว รวมทั้งรถบรรทุกน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้าไปให้บริการในพื้นที่
- การจ่ายกระแสไฟฟ้า พร้อมดำเนินการ แต่ต้องประเมินสถานการณ์ถึงปลอดภัยของประชาชน
อีกทั้ง กสทช. ร่วมกับค่ายโทรศัพท์มือถือช่วยเหลือประชาชน
- ระบบเติมเงิน ขยายระยะเวลาการใช้งานออกไป 30 วัน
- ระบบรายเดือน จะขยายระยะเวลาชำระเงินค่าบริการออกไปอีก 30 วัน จะไม่ถูกตัดสัญญาณ
โดยผู้ใช้บริการทั้ง2 ระบบ ในพื้นที่น้ำท่วม สามารถที่จะโทรศัพท์ฟรี 100 นาทีและอินเตอร์เน็ตฟรี 10 GB ใช้งานตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ มีระยะเวลา 15 วัน
ทั้งนี้ ขอย้ำ รัฐบาลมีความพร้อมในการบริหารจัดการฟื้นฟูและภาคเอกชน ภาคประชาชนที่ประสงค์ส่งจะเข้าไปช่วยเหลือ หรือไปถึงพื้นที่แล้วหรือยังมีข้อคำถาม สามารถส่งมาที่ศูนย์ส่วนกลาง 1111 หรือถ้ามีเบอร์ศูนย์ประสานงานของ ศป.กฉ. (ส่วนหน้า) ในพื้นที่ จะมีหน่วยงานทหารรับประสานงานกับกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย
ศป.กฉ. เผยน้ำท่วมภาคใต้ 8 จังหวัด คร่าชีวิตแล้ว 162 ราย สงขลาพบมากที่สุด
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโทวันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพไทย และนางสาวรัชดา ธนาดิเรก ในฐานะกรรมการและรองโฆษกศูนย์ฯ ร่วมกัน แถลงผลการประชุม ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย หรือ ศป.กฉ. รายงานผลการดำเนินการในช่วงรอบวันที่ผ่านมา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศูนย์ ได้เชิญชวนภาคประชาชน มูลนิธิกระจกเงา มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งแนวทางมาตรการฟื้นฟูและเยียวยากับประชาชนที่ประสบอุทกภัย จังหวัดสงขลา รัฐบาลขอขอบคุณข้อมูลเหล่านั้น รวมถึงองค์กรอื่นๆ ที่มีเจตนารมย์ช่วยเหลือในการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในสงขลาในครั้งนี้
นายสิริพงศ์ ยังกล่าวต่อว่า เมื่อเช้านี้ ที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงแนวทางเร่งรัด ติดตามถึงสถานการณ์ ต่างๆ ซึ่งสภาพอากาศปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปริมาณน้ำฝนลดลง คิดว่าสภาพอากาศเป็นแบบนี้ จะสามารถระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังท่วมขังให้แห้งได้ ภายใน 3-5 วัน พร้อมทั้ง เร่งรัดให้การประปาส่วนภูมิภาค ปล่อยน้ำประปาให้กับประชาชนได้ใช้ก่อนภายในวันนี้ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับว่า น้ำประปาไม่ต้องรอพร้อม 100% สำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนได้ใช้ก่อน ดังนั้น วันนี้น่าจะมีการปล่อยน้ำประปาในทุกพื้นที่ แต่ต้องขออภัยหากน้ำที่มาช่วงแรก อาจจะเบาหน่อย หรือยังไม่ใส 100% ส่วนไฟฟ้าสามารถกู้คืนมาได้มากกว่า 80% แล้ว เหลืออีก 20,000 หลังคาเรือน จาก 700,000 หลังคาเรือน ที่ยังไม่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้เนื่องจาก ต้องดูเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ไฟ และความปลอดภัยของประชาชนด้วย
นายสิริพงศ์ ยังกล่าวต่อว่า การบริหารจัดการของอบจ. เทศบาล ได้เดินหน้าทำบิ๊กคลีนนิ่ง กำหนดจุดเป็นจุดย่อยในการทิ้งขยะ ให้ประชาชนได้มาทิ้งขยะ เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง และในส่วนของภาครัฐจะได้นำจากจุดย่อยไปทิ้งในจุดใหญ่เอง เพื่อการทำความสะอาดเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ได้มีการกำหนดจุดที่จะขนย้ายรถ โดยการขนย้ายรถในครั้งนี้ มีความร่วมมือจากหลายส่วน จัดหมวดหมู่แยกไปจัดทำให้เป็นระบบ ให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่า รถของตนเองนั้นจอดอยู่ตรงที่ใด เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายให้มากที่สุด และได้มอบหมายให้สทนช. ไปดูสภาพภูมิประเทศโดยรวมว่า จะนำรถไปจอดในจุดใดได้บ้าง และประสานกรมการขนส่งทางบก เพื่อดำเนินการต่อไป
นายสิริพงศ์ ยังชี้แจงถึงกรณีที่ กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ภาพพร้อมข้อความ รายงานการจัดหาถุงใส่ศพ ว่า จากกรณีดังกล่าวได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่า โดยปกติแล้วโรงพยาบาลต้องมีถุงใส่ศพสำรองไว้อยู่แล้ว และ 1,500 ถุงนั้นมีผู้บริจาคอยู่แล้ว ไม่ได้ร้องขอ ดังนั้น การรายงานยอดผู้เสียชีวิตเป็นยอดจริง
สำหรับ ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08:00 น. รวม 7 จังหวัดภาคใต้ รวม 162 ราย
- นครศรีธรรมราช 9 ราย
- พัทลุง 4 รายสงขลา 126 ราย
- ตรัง 2 ราย สตูล 5 ราย
- ปัตตานี 7 ราย
- ยะลา 5 ราย
- นราธิวาส 4 ราย
ด้านพลโทวันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์ฯ ระบุว่า การดำเนินการของส่วนหน้า มีอยู่ 4 การบริหาร คือ คนของ น้ำ และข่าว โดยปัจจุบันเป็นการปรับเฟสจากน้ำท่วมวิกฤตเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู โดยน้ำหนักอยู่ที่ 30 : 70 ซึ่งขณะนี้เองน้ำไฟและสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง 85%
ด้านการบริหารจัดการคน พลโทวันชนะ กล่าวว่า ในช่วงวันที่ผ่านมามีเคสฉุกเฉินฉุกขอความช่วยเหลือเข้ามา 753 กรณีซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด/ ส่วนการอพยพคนเมื่อวานนี้ มีเคสเข้ามา 11,242 เคส ช่วยได้ 95% และมีตกค้าง 1,070 เคส /ในเรื่องของการบริหารจัดการศูนย์พักพิงปัจจุบันศูนย์พักพิงมีความสะดวกสบายขึ้น และโล่งขึ้น เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งทยอยกลับยังบ้านเรือน ขณะเดียวกันมีประชาชนบางส่วนที่เดินทางกลับไปทำความสะอาดบ้านเรือนแต่ยังไม่สามารถเข้าบ้านพักอาศัยได้ ได้มีการจัดโรงแรมให้ประชาชนเข้าพัก 20 ห้อง
พลโทวันชนะ ยังกล่าวถึงการบริหารจัดการสิ่งของ และการให้ความช่วยเหลือในช่วงเฟสของการฟื้นฟู จะมีมิจฉาชีพเข้ามาก่อความไม่สงบ จึงมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดการลาดตระเวน พื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยง รวมไปถึงจุดล่อแหลม ที่จะเกิดอาชญากรรม
รวมไปถึงรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญและพื้นที่เฝ้าระวัง โดยได้รับการยืนยันจากตำรวจภูธรภาค 9 รวมไปถึงภูธรจังหวัดสงขลา รับผิดชอบจัดชุดปฏิบัติการประกอบด้วยทหารตำรวจและฝ่ายปกครองอาสาสมัครรักษาดินแดนลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ประชาชนสามารถเข้าไปแจ้งได้ที่สภ.คลองหงส์
ขณะที่ในช่วงของการฟื้นฟู ได้แบ่งระยะของการฟื้นฟูออกเป็น 3 ระยะ คือ
- ระยะเร่งด่วนในปัจจุบัน ทั้งการทำความสะอาด การกู้ระบบติดต่อระบบสื่อสาร การเปิดเส้นทางการซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน
- ระยะกลางจะมีการซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง โครงสร้างผนัง หลังคา การซ่อมแซมระบบประปาไฟฟ้า และสาธารณูปโภค การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์จักรยานยนต์ สำหรับผู้ประสบอุทกภัย และการซ่อมถนนสายรอง สายหลัก
- ระยะฟื้นฟูจะเป็นการซ่อมบ้านเรือนเต็มกำลังให้เสร็จสมบูรณ์การซ่อมถนนและระบบสาธารณูปโภค
ขณะที่โรงพยาบาลสนาม ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสนามอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง สามารถใช้การได้ทั้ง โดยจะมีโรงพยาบาลคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่สามารถเป็นพี่เลี้ยง และส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากรซึ่งกันและกัน ดังนั้นโรงพยาบาลสนามทั้ง 8 แห่ง จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไม่มีข้อติดขัด
การส่งความช่วยเหลือ จะมีอยู่ 3 ประเภท ประเภทแรก คืออย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของรัฐบาล ไปยังพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ/ ประเภทที่ 2 คือกึ่งทางการส่วนราชการส่งตรงถึงกัน จากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย/ และส่วนที่ 3 คือแบบไม่เป็นทางการ ประชาชนลงไปมอบสิ่งของ ให้ประชาชนและจัดจุดแจกเอง โดยส่วนหน้าเป็นผู้บริหารจัดการเพื่อส่งไปยังเขตต่างๆทั้ง 4 เขต เพื่อที่จะส่งถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และสามารถระบายของเข้าสู่พื้นที่ 100%
โดยพลโทวันชนะกล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทย ท่วมท้นและแรงมากกว่าน้ำที่ท่วมอยู่ในปัจจุบันขอบคุณจิตอาสาและประชาชนคนไทย
นางสาวรัชดา กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นให้เกิดภายในสัปดาห์นี้และสัปดาห์ถัดไป คือ การดูแลผู้ประสบภัยให้เข้าถึงเงินเยียวยาและเงินกู้เพื่อให้ไปดูแลบ้านเรือนและกิจการ ซึ่งในส่วนของเงินเยียวยา 9,000 บาท รัฐบาลมีความพร้อมในการจ่ายให้ถึงมือประชาชนในสัปดาห์หน้าผ่านระบบพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคาร
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำในเรื่องของ 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งบริษัทประกันภัยรถยนต์บางส่วนได้ลงไปในพื้นที่เพื่อเร่งดําเนินการชดเชยความเสียหายอย่างเต็มที่แล้ว ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้กําชับให้สํานักงานประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยสูงสุดให้แก่ผู้ประสบภัยทุกกรณี
นางสาวรัชดา ยังกล่าวถึงการติดต่อราชการซึ่งจะต้องมีเอกสารสำคัญ แต่บางคนเอกสารอาจสูญหาย ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้อํานวยความสะดวกถึงมือประชาชน โดยเปิดให้บริการทําบัตรประชาชน จํานวน 3 จุด ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ คือ
- ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
- ศูนย์พักพิงเทศบาล 4 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม เวลา 09.00-20.00 น.
นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการงานทะเบียนราษฎร์และบัตรประชาชน ที่ศูนย์บริการอําเภอ ที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ในวันนี้ (29 พฤศจิกายน) และการศูนย์ให้บริการรับแจ้งผู้เสียชีวิต ที่ศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยบริการทั้งหมดจะยกเว้น หรือลดค่าธรรมเนียมในการทําบัตรประชาชนให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่
นอกจากนี้ ได้นําเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผู้ประสบภัยที่เอกสารหาย โดยสามารถใช้แอปทางรัฐ ช่วยในการจัดการเอกสาร หรือขอดูเอกสารโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ มีเอกสารที่สามารถขอดูได้ เช่น ทะเบียนบ้าน การชําระค่าน้ำค่าไฟ เอกสารขอสินเชื่อกับธนาคาร ประกันรถยนต์ อัคคีภัย หรือประกันชีวิต รวมถึงบัตรบริการของผู้พิการ
สธ.ส่งทีมแพทย์ 145 คนเดินเท้าเคาะประตูบ้าน ช่วยเหลือประชาชนและผู้ป่วยตามบ้านในหลังน้ำท่วมหาดใหญ่
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 จัดการดูแลประชาชนเชิงรุก โดยส่งทีมแพทย์เดินเท้าออกเคาะประตูบ้านค้นหาผู้ป่วยในช่วงน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ป่วยที่ยังอยู่ตามบ้านเรือนให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจากจังหวัดต่างๆ ในเขตสุขภาพที่ 12 รวม 145 คน กระจายตัวลงพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ประกอบด้วย
- จ.ยะลา 16 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 8 คน คือ ทีมยะลา 1 มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.กระบุรี วัดหาดใหญ่ใน จะเดินตามหมู่บ้านรอบวัดหาดใหญ่ในริมคลองอู่ตะเภา และทีมยะลา 2 มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.สมุทรปราการ เดินตามโซนหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่
- จ.สตูล 15 คน มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.ชัยบุรี ที่เซเว่น-อีเลฟเว่น ถนนนวลแก้ว จะเดินตามหมู่บ้านโซนถนนนวลแก้ว
- จ.นราธิวาส 33 คน มีแม่ข่ายเป็นทีม รพ.สนาม รพ.นราธิวาส หาดทิพย์ คลองหวะ จะเดินตามหมู่บ้านโซนศาลาประชาคมคลองหวะ รร.อัฟฟาฮัท วัดเทพชุมนุม ตลาดบ้านพรุ เทศบาลบ้านพรุ และปลักธง
- จ.พัทลุง 22 คน แบ่งเป็น 11 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.นครพิงค์ รพ.รามาธิบดี จะเดินตามหมู่บ้านโซนศูนย์การค้าไดอาน่า จันทร์วิโรจน์ และขนส่งเก่า
- จ.ปัตตานี 6 คน แบ่งเป็น 3 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.สะบ้าย้อย จะเดินบริเวณชุมชนมัสยิดควนลัง
- จ.ตรัง 53 คน เป็น 26 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.สนาม รพ.ตรัง ที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จะเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกา ตลาดกิมหยง ถนนรัถการ ตลาดสด โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และชุมชนใต้สะพานดำ
ปภ.ระดมเครื่องจักร ลุยฟื้นฟูหาดใหญ่
ทีมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จากหลายศูนย์ทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครและจิตอาสา ลงพื้นที่ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยเร่งทำความสะอาด เคลียร์เส้นทาง และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าบริเวณถนนเพชรเกษม หน้าบริษัทอีซูซุหาดใหญ่ รวมถึงจุดต่าง ๆ ที่ยังมีคราบดินโคลนและสิ่งสกปรกจากน้ำท่วมขัง
ปภ. ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าพื้นที่รวม 17 หน่วย ประกอบด้วย
- รถขุดตักยางอเนกประสงค์ 3 คัน
- รถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ขนาด 12,000 ลิตร 13 คัน
- รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร 1 คัน
ทั้งหมดได้เข้าร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเร่งคืนสภาพเมืองและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
“อนุทิน” เข้าทำเนียบฯ เรียกรมต.-หน่วยงาน ถกปัญหาน้ำท่วม เร่งออกมาตรการฟื้นฟู
10.19 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ภายหลังเมื่อวาน (28 พ.ย.68) ลงพื้นที่เขต 8 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเรียกประชุมกำหนดมาตรการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งก่อนการประชุมนายอนุทิน ได้สักการะองค์นรสิงห์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน
ทีม SEhRT เร่ง Big Cleaning
ทีม SEhRT ยังลุยอยู่ที่หาดใหญ่! เร่งจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิง บ้านพัก ชุมชน โรงเรียน ทั้งการเก็บขยะ ควบคุมส้วม ตรวจคุณภาพน้ำ ติดตามปัญหา 7 ประเด็นสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงโรคที่มากับน้ำ พร้อมรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์
วันนี้ (28 พฤศจิกายน 25568) นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย ยังคงนำทีม SEhRT ลุยอยู่ที่หาดใหญ่! เร่งดำเนินงานบูรณาการกับท้องถิ่นและเทศบาลหาดใหญ่ และเขตสุขภาพที่ 12 ทำ Big Cleaning และสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็น นำทัพทีม SEhRT ภาคกลาง - เหนือเสริม ทั้งศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี ในขณะที่ ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช และ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ก็ยังไม่ถอย เพื่อให้ประชาชนในศูนย์พักพิงปลอดภัยและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในช่วงวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้
“ศป.กฉ.” เร่งกู้ระบบประปา! เดินหน้าเชื่อมท่อน้ำโรง 1–2 หวังจ่ายน้ำทั่วหาดใหญ่ให้กลับมาเร็วที่สุด
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย หรือ ศป.กฉ. ครั้งที่ 6/2568 โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยช่วงแรกของการประชุม นายประทีป กุศลวัฒนะ ผู้อำนวยการประปาส่วนภูมิภาคเขต 5 ได้รายงานสถานการณ์การสั่งจ่ายน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย ว่า ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาค ขณะนี้การประปาเริ่มจ่ายน้ำแล้ว 15% ของพื้นที่ ซึ่งอำเภอหาดใหญ่มีจุดจ่ายน้ำอยู่ทั้งหมด 2 จุด คือโรงกรองน้ำฟ้าแสง ส่งมายังเมืองสงขลาเพื่อเป็นจุดจ่ายน้ำ ซึ่งทั้งจุดจ่ายน้ำสองจุดถูกน้ำท่วม ซึ่งมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่ยังติดปัญหาเรื่องของการจราจร ทำให้การกู้โรงสูบน้ำเป็นไปได้อย่างยากลำบาก โดยได้ขอความร่วมมือจากแม่ทัพภาคที่ 4 จึงสามารถเริ่มกู้โรงสูบน้ำได้ ซึ่งโรงสูบน้ำ 1 สามารถเริ่มจ่ายน้ำได้แล้ว แต่โรงสูบน้ำที่ 2 จะใช่เวลา ใน 3-5 วัน และในเบื้องต้น มีการระดมปั๊มน้ำ การประปาเขตพื้นที่อื่น เข้ามาช่วยในพื้นที่หาดใหญ่ แต่ยืนยันว่าในพื้นที่หาดใหญ่เครื่องสูบน้ำไม่มีปัญหาเรื่องดินโคลนอุดตัน หากซ่อมเครื่องได้ ก็จะใช้งานได้ทันที
นายภราดร จึงเร่งขอให้ดำเนินการซ่อมโรงสูบน้ำให้เร็วกว่านี้ ทำให้ผู้อำนวยการการปะปาส่วนภูมิภาคเขตที่ 5 กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการ 24 ชั่วโมงโดยแบ่งเจ้าหน้าที่เป็น 3 กะ และเตรียมที่จะมีการเชื่อต่อการจ่ายน้ำจาก โรงสูบน้ำที่ 1 ไปยังโรงสูบน้ำที่ 2 เพื่อเพิ่มพื้นที่การจ่ายน้ำให้ครอบคลุม แต่อาจทำให้กำลังการส่งน้ำเบาลงไปจากเดิม แต่ในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งการจ่ายน้ำไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในเที่ยงวันนี้ ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์คาดว่าน่าจะทำได้ก่อนเที่ยงวัน ส่วนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กลับสู่ปกติแล้ว
นายภราดร ยังขอให้การประปาส่งแผนผังการส่งน้ำมาให้ศูนย์ศป.กฉ. ว่าจุดใดสามารถปล่อยน้ำได้บ้างแล้ว และคาดการณ์ว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้โซนใดบ้างในช่วงคืนนี้ รวมไปถึง จะสามารถจ่ายน้ำได้ทั้งหมดเมื่อใด
ก.เกษตร เห็นชอบมาตรการ เยียวยาเกษตรกรประสบภัยน้ำท่วม ครัวเรือนละ 3,000 บาท
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ครัวเรือนละ 3,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกระทระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครอบคลุมเกษตรกรที่ได้รับผลกระกระทบ จำนวน 1,079.236 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2569) แบ่งออกเป็น ด้านพืช 565,565 ครัวเรือน ด้านประมง 65,239 ราย ด้านปศสัตว์ 448,432 ราย วงเงิน 3,237.708 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งจัดทำรายละเอียดนำเสนอร้อยเอก ธรรรมนัส พรหมแผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาและเสนอขอรับงบกลางช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2568 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
การเยียวยวยาผู้ประสบภัย รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งขณะนี้พบว่าได้รับผลกระทบจำนวนมาก จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบอย่างครบถ้วนและโปร่งใส โดยยึดหลัก "ความรวดเร็ว ถูกต้องและเข้าถึงทุกครัวเรือน
ปภ.เร่งระดมเครื่องจักรฟื้นฟูหาดใหญ่
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และหลายพื้นที่ของภาคใต้เริ่มลดระดับลง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ตนจึงได้สั่งการไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ สนับสนุนทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติมในจังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย รวมจำนวน 122 หน่วย ประกอบด้วย รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำ/รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย พร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 26 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ จำนวน 21 คัน รถผลิตน้ำดื่ม จำนวน 20 คัน รถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 21 คัน รถหัวลาก/รถหัวลาก พร้อมหางลากบรรทุกเครื่องจักรกล จำนวน 5 คัน รถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน 3 คัน รถบรรทุกเรือยนต์กู้ภัย จำนวน 1 คัน รถบรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 5 คัน รถบรรทุกน้ำมันขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 2 คัน รถตรวจการณ์สมรรถนะสูง จำนวน 2 คัน รถตักล้อยาง จำนวน 5 คัน และเรือ (เรือท้องแบน/เรือกู้ภัย) จำนวน 11 ลำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทีมปฏิบัติการ ปภ. กว่า 139 คน