กองกำลังบูรพา ร่วมกับชุดสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ของกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 40 นาย ได้ดำเนินการปักหมุดชั่วคราวบนเส้นตรงระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 43 อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ของแต่ละฝ่ายอ้างสิทธิ์ ทุกๆ ระยะ 50 เมตร
โดยเริ่มตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 42 ซึ่งเส้นที่ฝ่ายไทยอ้างสิทธิ์สามารถปักหมุดชั่วคราวได้แล้วจำนวน 19 หมุด จากทั้งหมด 138 และเส้นที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างสิทธิ์ สามารถปักหมุดชั่วคราวได้แล้ว จำนวน 20 หมุด จากทั้งหมด 139 หมุด
รวมทั้งหมดสามารถปักหมุดชั่วคราวได้แล้ว จำนวน 39 หมุด จากทั้งหมด 277 หมุด คิดเป็น 14.08 %
การกำหนดแนวเขตแดนเพื่อการปักหมุดชั่วคราวในครั้งนี้ เป็นการปักหมุดตามที่ตั้งหลักเขตแดนเดิมที่ปักในอดีตเมื่อกว่า 120 ปี ไม่ได้ปักตามหรือใช้แผนที่ 1 : 200,000 แต่อย่างใด สำหรับแผนการปฏิบัติในวันอังคารที่ 3 ธ.ค. 2568 จะดำเนินการปักหมุดชั่วคราวร่วมกับฝ่ายกัมพูชาต่อไป
ด้านศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หรือ ศทช. หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 4 ปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิด จำนวน 1 พื้นที่ โดยปฏิบัติงานพื้นที่บ้านไทยนิยม (ช่องเหว) ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
การปฏิบัติงานในพื้นที่บ้านไทยนิยม (ช่องเหว) ขนาดพื้นที่ 22,634 ตารางเมตร ได้พื้นที่ปลอดภัย จำนวน 475 ตารางเมตร ตรวจพบวัตถุระเบิด จำนวน 9 รายการ แบ่งออกเป็น TYPE-69 จำนวน 2 ทุ่น, POMZ -2B จำนวน 1 ทุ่น และ ลูกระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 6 ลูก โดยประสานกำลังพลจากกองร้อยทหารราบ ที่ 263 ในการระวังป้องกันขณะปฏิบัติงาน
สรุปตรวจพบวัตถุระเบิดรวมทั้งสิ้น 107 รายการ แยกเป็น ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 10 ทุ่น,สรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) 97 รายการ ,กระสุน PG- 2 จำนวน 1 นัด และลูกระเบิดขว้าง TYPE- 67 จำนวน 96 ลูก
ทั้งนี้ สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่ บ้านไทยนิยม (ช่องเหว) ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ถึง ปัจจุบัน ได้พื้นที่ปลอดภัย จำนวนทั้งสิ้น 16,635 ตารางเมตร คิดเป็น 73.50 % คงเหลือพื้นที่ ที่ได้รับการยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 5,999 ตารางเมตร คิดเป็น 26.50%