เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force โพสต์คลิปและภาพล่าสุดของเขื่อนดักตะกอนยาว 300 เมตร ของกัมพูชา บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 73 บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พบว่า มีรถแบ็กโฮกำลังขุดบริเวณต้นเขื่อนที่ติดกับหาดทิ้ง โดยทางเพจระบุว่า เวลา 11.35 น. ของวันที่ 3 ม.ค. 69 กองทัพภูมิภาคที่ 3 ของกัมพูชาส่งรถแบ็กโฮ 2 คัน ขุดรื้อเขื่อนดักตะกอนอีกครั้ง ในพื้นที่บริเวณบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 73
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 กัมพูชาได้เริ่มนำรถแบ็กโฮมาขุดเขื่อนดักตะกอนนี้แล้วครั้งหนึ่ง หลังกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดเจรจากดดันให้รื้อเขื่อนนี้ทิ้ง หากไม่มีการรื้อถอน ฝ่ายไทยจำเป็นต้องสั่งตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงบริเวณสะพานเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของกัมพูชา
แต่ปรากฏว่า ขุดยังไม่ถึงวัน และขุดไปได้เพียงนิดเดียว วันที่ 21 ธ.ค. 68 ช่วงสายทางกัมพูชาก็หยุดขุด โดยอ้างว่า รถแบ็กโฮเสีย จากนั้นก็หยุดยาวจนมาถึงวันที่ 3 มกราคม 2569 จึงเห็นความเคลื่อนไหวกัมพูชากลับมาขุดอีกครั้ง
สำหรับเขื่อนดักตะกอนดังกล่าว ฝ่ายกัมพูชาได้ก่อสร้างยื่นลงไปในทะเล ยาวกว่า 300 เมตร ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทาง ตะกอนไปสะสมฝั่งกัมพูชา ทำให้กัมพูชามีพื้นที่ทางบกและทางทะเลเพิ่มขึ้น ส่วนฝั่งไทยเราชายฝั่งถูกกัดเซาะเข้าไปเรื่อย ๆ จนได้รับความเสียหาย
ครั้งหนึ่ง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า "เสียดินแดน ไม่จำเป็นต้องเสียด้วยรถถัง แต่เสียด้วยวิศวกรรมอำมหิต" ฝั่งเขา: ตะกอนทรายถูกดักไว้ กลายเป็นแผ่นดินงอก พื้นที่ประเทศเพิ่มขึ้นฟรี ๆ ฝั่งเรา: ตะกอนขาดช่วง คลื่นลมเปลี่ยนทิศกลายเป็นแผ่นดินหาย ชายหาดถูกกัดเซาะ ป่าชายเลนพังพินาศ นี่มันคือการปล้นแผ่นดินไทยทางอ้อม