ช็อกทั้งโลก ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกา ใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีประเทศเวเนซุเอลา และจับตัว “นิโกลัส มาดูโร" ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ในข้อหาเป็นผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลัง การลักลอบส่งยาเสพติดจำนวนมากไปยังสหรัฐฯ และอีกหลายข้อหา จนมีการตั้งคำถามว่า แล้วทำไมไทยถึงบุกจับ "ฮุน เซน" ผู้นำประเทศกัมพูชา ศูนย์กลางสแกมเมอร์บ้างไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพจ thaiarmedforce.com ได้ให้รายละเอียดเอาไว้ว่า
หลังจากเห็น Operation Absolute Resolve ที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการบุกเวเนซุเอลา และจับ “มาดูโร” จบภายใน 2 ชั่วโมง
หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า ไทยสามารถทำแบบเดียวสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ หากมีการปะทะชายแดนไทยกัมพูชารอบที่ 3 คำตอบแบบชัดเจนเลยคือ “ไม่ได้” ไม่ใช่เพราะทหารเราไม่เก่ง แต่ทำไม่ได้เพราะ 5 ข้อดังนี้
1. ไทยไม่ใช่มหาอำนาจ และไม่มีใครหนุนหลัง ถ้าเราทำคือโดนประณามและคว่ำบาตรแน่นอน นี่คือความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ รัสเซียบุกยูเครนก็ผิดกฎหมาย สุดท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรได้ สหรัฐอเมริกาบุกจับผู้นำเวเนซุเอลา ก็ผิดกฎหมายเช่นกัน แต่สุดท้ายก็จะไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะชาติเหล่านี้มีอำนาจวีโต้และเป็นชาติมหาอำนาจ
2. ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ที่สมบูรณ์แบบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพขนาดนี้ ต้องประกอบด้วย
- หน่วยข่าวที่สามารถชี้ชัดได้ว่า เป้าหมายบุคคลอยู่ที่ไหน ต้องระบุได้รายนาที ซึ่งสหรัฐอเมริกามีขีดความสามารถในการทำได้ โดยในกรณีนี้สหรัฐอเมริกาส่ง CIA เข้าไปปฏิบัติงานในเวเนซุเอลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว สามารถระบุได้ทุกอย่างเกี่ยวกับรูปแบบการใช้ชีวิตของมาดูโร ว่าเขาแต่งตัวยังไง ชอบกินอะไร ไปไหนมาไหนกับใคร นอนที่ไหน เลี้ยงหมาอะไร เมื่อรู้ทุกอย่าง ก็สามารถวางแผนปฏิบัติการได้
- การทำลายโครงสร้างการป้องกันภัยทางอากาศที่สมบูรณ์แบบด้วยจรวดร่อนและเทคโนโลยี Stealth ของอากาศยานที่ดีที่สุดของโลก อย่างที่เราเห็นว่าสหรัฐอเมริกาส่ง F-22 และ F-35 เข้าทำลายโครงข่ายแจ้งเตือน และป้องกันภัยทางอากาศของเวเนซุเอลา เสริมด้วยการใช้ EA-18G ในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำลายขีดความสามารถในการป้องกันตัวเองแทบทุกมิติของเวเนซุเอลา
- การเคลื่อนย้ายกำลังพลทางอากาศ เข้าพื้นที่เป้าหมายและการทำ CAS (Close Air Support) ซึ่งสหรัฐฯ มีหน่วยบินปฏิบัติการพิเศษอย่าง Night Stalkers ที่มีขีดความสามารถสูงมาก สามารถปฏิบัติภารกิจที่ยาก และซับซ้อนด้วยเฮลิคอปเตอร์ทั้งลำเลียงและโจมตี และให้การสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการพิเศษภาคพื้นดินได้ซึ่งทั้งหมดนี้ไทยทำไม่ได้แน่ ๆ เพราะเราไม่มีทรัพยากรที่สหรัฐอเมริกามีเลย
3. การรักษาข้อมูลและชั้นความลับ ถ้ายังมีเพจหรือผู้สื่อข่าวซึ่งมีทหาร “วงใน“ ที่คอยให้ข่าวเพื่อสร้างชื่อเสียง และสร้างเครดิตตัวเองในการลุ้นตำแหน่งแบบนี้ ยิ่งทำไม่ได้หนักไปอีก
4. ประเมินจากอาวุธที่ใช้ สหรัฐอเมริกาลงทุนหลายหมื่นล้านบาทเพื่อการปฏิบัติการแค่สองชั่วโมง เงินลงทุนระดับนี้ไทยไม่มีแน่นอน
5. Operation Absolute Resolve คือการใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบแต่จบอย่างรวดเร็วใน 2 ชั่วโมง ทำลายโครงข่ายการป้องกันภัยทางอากาศทั้งหมด ด้วยความเหนือกว่าด้านขีดความสามารถ การวางแผน และเทคโนโลยี ซึ่งว่ากันตรง ๆ ไทยอาจจะเหนือกว่ากัมพูชา แต่ก็ไม่เหนือกว่ามากขนาดนั้น ให้ลองเทียบดูง่าย ๆ ว่าเรายังทำลาย KS-1C หรือ PHL-03 ให้หมดไปไม่ได้เลย
ส่วนในแง่กฎหมายระหว่างประเทศและความชอบธรรม เราอาจจะพูดไม่ได้ว่าสหรัฐอเมริกาทำถูก เพราะมันผิดกฎหมายระหว่างประเทศแทบทุกฉบับ แต่ถ้าดูเฉพาะมิติทางทหารแล้ว ยากที่จะมีใครทำได้แบบสหรัฐอเมริกาที่ทำซ้ำ ๆ ให้เราเห็นแทบปีเว้นปีแบบนี้ รัสเซียลืมไปได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นที่สนามบินโฮสโทเมลก็คือการที่รัสเซียพยายามใช้การจู่โจมทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินต่อยูเครน ซึ่งจบลงคือ VDV แทบละลายยกหน่วย จีนแม้จะพัฒนาขึ้นมาเยอะมากแต่ยังไม่เคยพิสูจน์ตัวเองในปฏิบัติการทางทหารที่ซับซ้อนขนาดนี้
สหรัฐอเมริกายังยึดหลักเดียวกับที่เขาทำในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การโจมตีที่หนักหน่วง ซึ่งหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าและลดอัตราเสี่ยงของทหารที่ต้องเหยียบลงสนามรบ ด้วยการวางแผนที่ยอดเยี่ยมที่มีพื้นฐานมาจากงานด้านการข่าวที่เหนือกว่า เมื่อการข่าวนำหน้า ภารกิจก็ประสบความสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งการใช้ทรัพยากรและขีดความสามารถในระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่ไทยมีเลย