19 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว จ.นครราชสีมา กำลังปฏิบัติหน้าที่ประสานงานญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ เครนหล่นทับรถไฟ ซึ่งมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ได้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งเดินเข้ามาภายในโรงพัก พร้อมขอให้ตำรวจจับกุมตนเอง และได้ยื่นซองพลาสติกบรรจุยาบ้า ส่งมอบให้กับตำรวจอย่างเปิดเผย ตำรวจสารวัตรสืบสวนจึงนำหญิงสาวเข้าห้องสอบถาม ก่อนทราบชื่อคือ นางสาวฉัตรชากร อายุ 28 ปี เป็นชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
จากการสอบถาม นางสาวฉัตรชากรให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็น รปภ.ที่นิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา และเคยคบหาแฟนที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทำให้ตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวและเสพยา จนในที่สุดถูกตำรวจจับกุมและต้องโทษอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 18 เดือน
หลังพ้นโทษออกมา กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่เกิดความเครียดสะสมจากหลายปัญหา ทั้งเรื่องพ่อแม่หย่าร้าง รวมถึงแฟนเก่าที่เคยมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ตบตีทำร้ายร่างกายหลายครั้ง จนตัดสินใจเลิกรา และย้ายกลับมาอยู่กับแม่วัย 46 ปี ซึ่งเลี้ยงหลานอยู่ 2 คน
หญิงสาวยังรับสารภาพว่า ตนเองได้โกหกแม่ว่าเอาเงินไปซื้อของใช้จำเป็น แต่ความจริงนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ ซื้อมาเม็ดละ 60 บาท จากแหล่งในพื้นที่ จ.สระบุรี ซื้อมา 10 เม็ด เสพไปแล้ว 9 เม็ด เหลืออีก 1 เม็ด จึงตัดสินใจนำมามอบให้ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีและจับกุมตนเอง
นางสาวฉัตรชากร กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการกลับเข้าเรือนจำ เนื่องจากมีเวลานั่งสมาธิ และรู้สึกว่าหากอยู่บ้านก็จะกลับไปเสพยาอีก เพราะความเครียดและการต้องโกหกแม่มาตลอด พร้อมฝากเตือนว่า ไม่อยากให้ใครเสพยาบ้า เพราะเป็นสิ่งไม่ดี มีสารอันตรายหลายอย่าง และหากเสพมากถึงวันละ 10 เม็ด จะทำให้มึนเบลอ สติหลุด จนควบคุมตัวเองไม่ได้
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่า กรณีนี้เข้าข่ายเป็นความผิดซึ่งหน้า เนื่องจากมียาบ้าอยู่ในครอบครอง จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุมและส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป