31 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ชาว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พาน้องเอ (นามสมมติ) ลูกสาว อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.หญิง นันทิยา รักดี สว.สอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มนักเรียนหญิงโรงเรียนเดียวกันจำนวน 5 คน ในข้อหารุมทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร พร้อมนำคลิปวิดีโอหลักฐานการถูกรุมทำร้ายที่ถูกแชร์ว่อนโซเชียลมามอบให้เจ้าหน้าที่
นายสุรศักดิ์ เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวถูกกลุ่มคู่กรณีนัดไปเคลียร์ปัญหาส่วนตัวเรื่องผู้ชาย แต่ฝ่ายคู่กรณีซึ่งมากัน 5 คน กลับรุมทำร้ายลูกสาวเพียงลำพัง โดยมีคนในกลุ่มคอยถ่ายคลิปไว้
ในตอนแรกทางโรงเรียนและผู้ปกครองฝ่ายคู่กรณีได้ขอเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งตนเห็นแก่ชื่อเสียงสถานศึกษาและอนาคตเด็ก จึงยอมจบเรื่องโดยมีข้อตกลงว่าต้องห้ามเผยแพร่คลิปเด็ดขาด แต่สุดท้ายคลิปกลับถูกนำมาโพสต์ประจานจนว่อนเน็ต
"ผมเปิดดูแล้วหัวใจสลาย เพราะในคลิปไม่ได้มีแค่การตบตี แต่ลูกสาวผมถูกบังคับให้แก้ผ้าต่อหน้ากล้องด้วย เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีกันเกินไป ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมความอีกแล้ว จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด" นายสุรศักดิ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ทันที พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เบื้องต้นได้ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และเตรียมประสานทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำทั้งฝ่ายผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเนื่องจากยังเป็นเยาวชน
อย่างไรก็ตาม หากมองจากการให้การของ น้องเอ ผู้ถูกกระทำแล้ว ฐานความผิดนั้นจะเข้าข่าย 3 ข้อหาหลัก ก็คือ ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ความผิดฐานอนาจาร (บังคับแก้ผ้าถ่ายคลิป) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (การนำภาพลามกหรือภาพที่ทำให้ผู้อื่นอับอายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์)
ขณะเดียวกัน นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้สั่งการด่วนให้ศึกษาธิการจังหวัดเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานความคืบหน้าอย่างเร่งด่วน เพื่อวางมาตรการป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษาและการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน