นายอุช โบฤทธิ์ รองประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งเป็นเบอร์ 2 รองจาก “ฮุน เซน” เปิดเผยระหว่างร่วมการประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (APF) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศมอนเตเนโกรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ทางการเมืองที่ซับซ้อนของแต่ละประเทศ
โดยนายโบฤทธิ์ ได้อธิบายอ้างถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับปมพิพาทชายแดนไทย - กัมพูชา บอกว่าความตึงเครียดตามแนวชายแดนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความเคารพ และการดำเนินการตามหลักการระหว่างประเทศ อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
นายอุช โบฤทธิ์ ชี้ว่าหากมองในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ มีการละเมิดกฎบัตรอาเซียนและกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการระงับข้อพิพาทอย่างสันติและเคารพในอธิปไตย ส่วนในระดับทวิภาคี เขาเน้นย้ำถึงอนุสัญญาสยาม - ฝรั่งเศส ปี 1904 และสนธิสัญญาสยาม - ฝรั่งเศสปี 1907 รวมถึงแผนที่แสดงเส้นเขตแดนที่แนบมาด้วย พร้อมอธิบายว่าทั้งหมดนี้เป็นตราสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในระดับทวิภาคีและระดับนานาชาติ ในการกำหนดเขตแดนระหว่างสองประเทศ
นายอุช โบฤทธิ์ ยังระบุอีกว่า ปัจจุบันมีกลไกความร่วมมือหลายอย่าง สำหรับจัดการความตึงเครียดในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่มุ่งเน้นการประสานงานและการป้องกันเหตุ และคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ซึ่งรับผิดชอบด้านเทคนิคของการกำหนดเขตแดน นอกจากนี้ ยังมีบันทึกความเข้าใจที่สองฝ่ายลงนามร่วมกัน ซึ่งกำหนดขั้นตอนความร่วมมือ การปรึกษาหารือ และการจัดการสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนในพื้นที่ชายแดน
แม้จะมี 3 กลไกลนี้ แต่ก็ยังมีเหตุปะทะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามขยายวงก็ยังอยู่ในระดับสูง เพราะไทยไม่เคารพข้อตกลงทางกฎหมาย และพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งกัมพูชามองว่าขาดหลักการรับรองทางกฎหมาย และไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ