วันที่ 4 ก.พ. 2569 เวลา 11.00 น. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย มีการใช้งบประมาณของหน่วยงานของรัฐอาจไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะประเด็นการตั้งเบิกค่าเช่าสนามฝึกซ้อมสูงเกินกว่าค่าใช้จ่ายจริง ณ ลานฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena (TIIHA) เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
หลังจากจากพูดคุยกับทั้งนักกีฬาและผู้ร้องแล้ว นายภูมิวิศาล เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น โดยยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมระบุว่า ป.ป.ท. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาทีมชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศ และอาจได้รับผลกระทบจากความไม่โปร่งใสด้านงบประมาณ
อย่างไรก็ตามตอนนี้เอกสารทางการเงินที่เกี่ยวข้องยังส่งมาไม่ครบถ้วน จำเป็นต้องเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย เพื่อให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกัน ก่อนเร่งสรุปผลการตรวจสอบโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นความโปร่งใส และให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน
ด้านนายจุมพล ครุศักดาพงศ์ เจ้าของสนามไอซ์ฮอกกี้ เปิดใจถึงการตัดสินใจร้องเรียนต่อ ป.ป.ท. เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของสมาคมฯ โดยยืนยันว่า ตนทำสนามไอซ์ฮอกกี้ด้วยใจล้วน ๆ เพื่อสนับสนุนกีฬาที่บุตรชายและบุตรสาวของตนเล่น และต้องการพัฒนาวงการกีฬาให้มีมาตรฐาน ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรทางธุรกิจ เพราะตอนนี้ก็เป็นหนี้ธนาคารหลักร้อยล้านบาท
ซึ่งที่ผ่านมาให้การสนับสนุนสมาคมมาโดยตลอด ทั้งการลดค่าเช่าสนามมากกว่า 50% การเปิดให้ทีมชาติฝึกซ้อมฟรีในช่วงเริ่มต้น รวมถึงยอมขาดทุนเพื่อให้กิจกรรมต่าง ๆ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกัน ยังสะท้อนถึงปัญหาการดูแลนักกีฬาที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะด้านสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และอุปกรณ์กีฬา ซึ่งนักกีฬาหลายรายต้องควักเงินส่วนตัว แม้เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง บางกรณีเข้ารับการรักษาแล้วไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้จริง อีกทั้งในบางช่วงการแข่งขัน นักกีฬายังไม่มีชุดแข่งขันหรือชุดวอร์ม ต้องจัดหาเอง
สำหรับประเด็นค่าเช่าสนาม นายจุมพลย้ำว่า เคยตกลงกับสมาคมว่าจะคิดค่าเช่าครั้งละประมาณ 13,000 บาท โดยเฉลี่ยฝึกซ้อมไม่เกินสัปดาห์ละ 6 ครั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่การออกเอกสารแจ้งหนี้และใบเสร็จในยอดที่สูงกว่าความเป็นจริงอย่างมาก
“ค่าใช้จ่ายจริงประมาณ 300,000 บาท แต่เอกสารที่นำไปเบิกกลับอยู่ที่ราว 700,000 บาท ซึ่งผมไม่รับรู้ ไม่ได้เซ็น ไม่ได้อนุมัติ เป็นการออกเอกสารโดยพนักงานที่เข้าใจว่าเจ้าของสนามกับสมาคมตกลงกันแล้ว” นายจุมพลกล่าว พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และเมื่อทราบเรื่องก็ไม่ยอมรับทันที
นายจุมพลระบุว่า หลักฐานเอกสารทั้งหมดได้ส่งให้ ป.ป.ท. แล้ว และขอให้หน่วยงานตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมยอมรับว่าการลุกขึ้นมาเปิดโปงครั้งนี้ ต้องแลกกับผลกระทบต่อลูก ๆ ของตน ซึ่งตัดสินใจไม่เข้าร่วมทีมชาติ เพื่อยืนหยัดในหลักความถูกต้อง ทั้งนี้ นายจุมพลยืนยันว่า การร้องเรียนไม่ได้เกิดจากเรื่องส่วนตัว หรือความไม่พอใจที่บุตรชายไม่ได้ลงเล่นในทีมชาติชุดหลัก โดยระบุว่า อดทนกับปัญหาภายในวงการมานานกว่า 3–4 ปี แต่ประเด็นการเบิกงบประมาณเกินจริงเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้
ท้ายที่สุด นายจุมพลกล่าวว่า ไม่ว่าสมาคมจะถูกตรวจสอบไปถึงขั้นใด ตนยังคงเดินหน้าทำสนามและจัดการแข่งขันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติต่อไป เพราะยังรักและต้องการพัฒนากีฬาไอซ์ฮอกกี้ของไทย แต่หากระบบทีมชาติไม่สามารถขับเคลื่อนบนพื้นฐานของความโปร่งใสได้ ก็พร้อมให้บุตรหลานเลือกเส้นทางการแข่งขันในต่างประเทศแทน