จบด้วยดี! ตา-ปู่เด็ก 10 ขวบ แบ่งเงินที่เหลือคนละครึ่ง 3.8 แสนบาท

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อัยการไก่ลเกลี่ยจบด้วยดี! ตา-ปู่เด็ก 10 ขวบลูกชายเหยื่อเครนทับรถไฟ แบ่งเงินที่เหลือคนละครึ่ง 3.8 แสนบาท หวิดเป็นศึกชิงหลานหวังมรดก สุดท้ายเด็กอยู่กับลุง

จากกรณีดรามาเงินเยียวยาเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ กรณีผู้เสียชีวิตรายหนึ่งวัย 28 ปี ซึ่งมีลูกชายวัย 10 ขวบ แต่เงินเยียวยากลับโอนไปให้ตาของเด็กทั้งหมด ทั้งที่เด็กอยู่กับปู่ และเมื่อมีการทวงถามกลับมีการโอนเงินให้หลานเพียง 200,000 บาท โดยอ้างว่าเอาเงินไปจ่ายหนี้และจัดงานศพหมดแล้วนั้น

ล่าสุดนายเอกณรงค์ เฉิดพันธ์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ในวันนี้

เด็ก 10 ขวบ สตริงเกอร์ บุรีรัมย์
ตา-ปู่เด็ก 10 ขวบ ลูกชายเหยื่อเครนทับรถไฟ แบ่งเงินที่เหลือคนละครึ่ง 3.8 แสนบาท

โดยการเจรจาใช้เวลานานกว่า 5 ชม.เพราะทั้งฝ่ายปู่และฝ่ายตาของน้องกร ต่างต้องการรับน้องกร ไปเลี้ยงเองเพื่อหวังอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายอัยการได้ให้เด็กเป็นคนตัดสินใจโดยน้องกร เลือกจะไปอยู่กับฝ่ายญาติของปู่เพราะเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก

นอกจากนั้น อัยการยังซักถึงบัญชีค่าใช้จ่ายกับนายสำเริง ตาของน้องกร โดยนายสำเริงได้เอาบัญชีค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาแสดงจากตัวเลขค่าใช้จ่ายที่อัยการได้รับจากนายสำเริง ระบุว่า รายรับทั้งสิ้นเป็นยอดเงิน 1,539,000 มีเงินช่วยเหลือจากบริษัทผู้รับเหมา 150,000 บาท ,เงินช่วยเหลือจากการรถไฟ 80,000 บาท ,เงินพระราชทาน 20,000 บาท ,เงินเยียวยาจากรัฐบาล 1 ล้านบาท ,กองทุนยุติธรรม 200,000 บาท ,ค่าซองช่วยเหลือในงานศพ 89,000 บาท

ส่วนรายจ่ายได้จ่ายให้กับน้องกร จำนวน 200,000 ,ค่าทำงานศพ 5 วัน เป็นเงิน 589,000 บาท ,หนี้ผู้ตาย นอกระบบ 154,100 บาท ,หนี้ผู้ตาย รถ จยย. 26,375 บาท ,หนี้สหกรณ์การเกษตร 60,752 บาท ,หนี้เอาที่ดินไปเป็นหลักประกัน 200,000 บาท รวมรายจ่าย 1,230,227 บาท เหลือยอดเงินสุทธิ 769,525 บาท

อัยการจึงให้แบ่งกันคนละครึ่ง จะได้คนละ 384,762.50 บาท ซึ่งน้องกรได้รับโอนไปแล้ว 200,000 บาท ที่เหลือนายสำเริง เบิกเงินสดมาจ่ายให้อีก 185,000 บาทจนครบถ้วน ทั้งสองฝ่ายตกลงคุยกันด้วยดี

อัยการ สตริงเกอร์ บุรีรัมย์
นายเอกณรงค์ เฉิดพันธ์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์

ทั้งนี้นายเอกณรงค์ เฉิดพันธ์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่าได้รับมอบหมายจากอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทให้เข้ามาไกล่เกลี่ย เบื้องต้นได้มีการคุยกัน 2 ประเด็นหลักคือเกี่ยวกับการผู้ปกครองตามกฎหมาย เนื่องจากพ่อเด็กได้เสียชีวิตไปนานแล้ว และแม่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากการพูดคุยเด็กมีความผูกพันกับฝ่ายญาติคุณปู่มากกว่า ซึ่งเด็กมีความต้องการอยากจะอยู่กับฝ่ายญาติปู่ซึ่งฝ่ายตาก็ไม่คัดค้าน

ประเด็นต่อมาคือเงินเยียวยาของรัฐที่ฝ่ายตาได้รับมาทั้งหมด ซึ่งจากการสอบถามยอดรายรับรายจ่ายจากตาของเด็ก ถึงแม้ตัวเลขอาจจะไม่พิสูจน์ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่วันนี้ได้มีตัวเลขชัดเจนออกมาแล้ว ทั้งนี้เงินที่ได้รับจากการเยียวยา ไม่ใช่เงินมรดก ซึ่งไม่ใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อน แต่ต้องใช้กฎหมายมรดกมาพิจารณา ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วตาเด็กได้จดทะเบียนสมรสกับภรรยา จึงมีสิทธิ์ได้รับเงิน ส่วนเด็กก็เป็นบุตรของผู้เสียชีวิต มีสิทธิ์เท่าเทียมกันคือจะต้องแบ่งกันคนละครึ่ง

อย่างไรก็ตามยังจะมีเงินเยียวยาอีกส่วนหนึ่งของการรถไฟประมาณ 260,000 บาท ซึ่งจะต้องแบ่งครึ่งเช่นเดียวกัน ไม่รวมกับที่อัยการจังหวัดนครราชสีมา ที่อยู่ระหว่างการฟ้องเรียกค่าเสียหายกับผู้กกระทำความผิดทั้งหมด คือเป็นการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งหากได้มาเท่าไหร่จะต้องเอามาพิจารณาเช่นเดียวกัน แต่ต้องรอให้คดีสิ้นสุดก่อน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ