เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force ระบุว่า เวลา 23.55 น. ของกลางดึกที่ผ่านมา (16 ก.พ. 2569) เปลวไฟที่ทหารกัมพูชาจุดเผาป่าแนวหน้า หวังให้ลุกลามเข้าหาฝั่งไทย ได้ถูกกระแสลมพัดหวนกลับเข้าหาฝั่งตนเอง ส่งผลให้เปลวเพลิงลุกลามเผาบ้านนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในจังหวัดพระวิหาร โดยความเสียหายเบื้องต้นพบว่า เพลิงได้เผาทำลายพื้นที่บริเวณรอบบ้านอย่างหนัก ทั้งเสาไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียง โรงรถ รวมถึงพืชสวนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ "ส่องเขมร" ก็แชร์คลิปความเสียหายของฐานทหารกัมพูชา ที่ถ่ายโดยทหารกัมพูชาเช่นกัน โดยช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.พ. 2569) เกิดไฟไหม้ใกล้ฐานทหารกัมพูชาที่ตั้งอยู่ในป่า ทหารกัมพูชาต้องช่วยกันนำสายยางฉีดน้ำสกัดไฟไม่ให้ลุกลามถึงฐาน
โดยไฟป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เกิดขึ้นมา 3-4 วันแล้ว ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่า หลายจุดที่เกิดไฟไหม้ ทหารกัมพูชาเป็นผู้จุดไฟเผาเอง ไม่ใช่ไฟป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หลายเพจดังวิเคราะห์ว่า กัมพูชาตั้งใจเผาป่าเพื่อให้ไฟลุกลามมายังฐานทหารของไทย รวมถึงใช้หมอกควันจากไฟป่าในการอำพรางการเคลื่อนย้ายอาวุธ และกำลังพล โดยมีรายงานว่า ฝั่งกัมพูชาเสริมกำลังพลมายังแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากหน่วยในพื้นที่ ถึงกรณีพบการเผาป่า บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามกับพื้นที่ช่องบก พระวิหาร และช่องคนาแล้ว ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่การกระทำของฝ่ายไทย ส่วนกรณีกัมพูชาเผาป่าเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการทหาร หรือด้านการเกษตรนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน
พลตรีวินธัย ระบุว่า ความร้อนจากการเผาไหม้ในบางพื้นที่ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปะทุของกระสุน และวัตถุระเบิดที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ หน่วยที่เกี่ยวข้องจึงได้เพิ่มความระมัดระวัง และดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจด้านความมั่นคง และไม่เป็นที่น่ากังวล ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าพบเสียงคล้ายการยิงปืนนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีเหตุปะทะ หรือการใช้อาวุธแต่อย่างใด