นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมบรรยายในหัวข้อ "นโยบายด้านความมั่นคงของไทยในโลกโกลาหล" ที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงาน Policy Talk ครั้งที่ 6 ซึ่งมีการพูดคุยกันหลากหลายในหลายประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงรวมถึงจุดยืนของไทย ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
ช่วงหนึ่งของการบรรยายได้มีการพูดคุยถึงประเด็นว่า ประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์หรือจุดยืนอย่างไร ท่ามกลางความขัดแย้งและการแข่งขันของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และจีน
โดยนายสรพงค์ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ ไม่สามารถเลือกข้างได้ เพราะมีความสัมพันธ์ทั้งคู่และมีประโยชน์กับเราทั้งคู่ เราไม่เลือกข้าง แต่เราจะเลือกเป็นรายประเด็น อะไรที่เป็นปัญหาก็ยับยั้งไว้ก่อน หรืออะไรที่เป็นผลประโยชน์ร่วมก็ร่วมมือกับเขา อย่างเรื่องการฝึก เทคโนโลยี และลิขสิทธิ์ จะมีการชิงความได้เปรียบ ที่จะต้องหยิบยกเป็นรายประเด็นไป
ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา จะเห็นได้ว่ามหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศยื่นมือเข้ามา แต่เป็นเพียงการสะกิดจุดเล็ก ๆ เพราะต้องการค้าขายและเข้ามาแก้ไขทั้งหมด นำมาซึ่งการลงนามที่มาเลเซีย ครั้งที่ 2 เมื่อภารกิจของสหรัฐฯ เสร็จสิ้น จีนก็เข้ามาเกี่ยวข้องต้องการให้ 2 ประเทศยุติ ต้องดูต่อไปว่าหากความขัดแย้งไม่จบ 2 มหาอำนาจจะเข้ามาอีกหรือไม่
พร้อมยอมรับว่าไทยมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ไม่มีพลังที่จะรับมือกับการรับมือภัยคุกคามจากภายนอก เพราะการเมืองยังคลุกฝุ่น ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หากสังเกตได้ว่าจะมีการสร้างโดรนและวิจัยในเรื่องของการป้องกันเทคโนโลยีต่อต้านโดรน ซึ่งขณะนี้กองทัพอากาศกำลังทำแต่ต้องทำให้เร็ว และทำให้ไว
นายสรพงค์ ยังย้ำถึงบทบาทการวางตัวของมหาอำนาจว่า ยืนในจุดที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลหรือองค์กรใด ต้องเป็นผลประโยชน์ของชาติจริง ๆ หากคิดตรงนั้นท่านจะรอด แต่หากไม่ยึดตรงนั้นก็จะไม่รอด เพราะสุดท้ายจะถูกการแทรกแซงจากต่างชาติเข้ามา
โดยช่วงหนึ่ง รองเลขาฯ สมช. ยังย้ำว่าประเทศไทย ไม่มีอะไรซับซ้อน ปัญหาทุกคนรู้หมด แต่ต้องหาวิธีให้ทุกคนในสังคมพูด เพื่อสยบในสิ่งผิด การจับมือถ่ายรูปกันเป็นเรื่องหลอกตัวเองกันหมด เมื่อมีผู้นำจะขึ้นมาแก้ ก็ถูกทำลาย สิ่งเหล่านี้เงียบไปหมด ทั้งตึกถล่ม ห้องพิเศษ ทุกอย่างหายเรื่องใหม่เข้ามา ก็อยากขอฝากให้สื่อไปรื้อฟื้นถึงปัญหาที่เงียบไป เพื่อไม่ให้ลืมคนที่ทำผิด
นอกจากนี้ยังมีการถกกันในประเด็นเรื่องการรับมือข่าวปลอม โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย- กัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้ รองเลขาฯ สมช. มองว่า ไทยจะต้องสื่อสารให้ทัน และมองว่าความเร็วเป็นเรื่องที่ยาก เพราะมีหลายขั้นตอน และต้องใช้วิธีด้อยค่าลดความน่าเชื่อถือของสิ่งเหล่านั้น แต่สิ่งที่อยากบอกคือข่าวต่างประเทศที่เชื่อข่าวบิดเบือนเป็นเรื่องที่แก้ได้ยาก และมองว่าอย่าหาความจริงระหว่างการสู้รบ เพราะทุกฝ่ายต้องการชิงความได้เปรียบและต้องทำทุกวิถีทาง และเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์